พุธ, 22 ต.ค. 2014
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 34 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้291
mod_vvisit_counterเมื่อวาน2889
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้12514
mod_vvisit_counterสับดาห์ที่แล้ว21560
mod_vvisit_counterเดือนนี้71785
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว108238
mod_vvisit_counterทั้งหมด5439941

Online (20 minutes ago): 46
Your IP: 50.16.165.62
,
Now: 2014-10-23 06:54
ดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพการจัดซื้อจัดหา (Purchasing Performance Indicators)
User Rating: / 8
แย่ดีที่สุด 
วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2009 เวลา 21:21 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

 

โดยสรวิศ รัตนพิไชย

        Weele (2005) ได้กล่าวว่า มุมมองเชิงการบริหารด้านต่างๆ ของผู้บริหารองค์กรเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งที่มีอิทธิพลในการที่ทำให้การจัดซื้อจัดหาจำเป็นต้องมีการวัดประเมิน ซึ่งมุมมองเชิงการบริหารนั้นสามารถแบ่งออกเป็นด้านต่างๆ ได้ดังนี้
             1) ด้านกิจกรรมการปฏิบัติงาน และการจัดการอำนวยการ (Operational, Administrative Activity) ในมุมมองด้านนี้จะทำการวัดประเมินการปฏิบัติงานจัดซื้อ เช่น จำนวนคงค้างออกใบสั่งซื้อ (Order Backlog) ระยะเวลาในการปฏิบัติงานด้านจัดซื้อ (Purchasing Administrative Lead Time) จำนวนที่ออกใบสั่งซื้อแล้ว (Number of Ordered Issued) จำนวนที่ออกใบขอให้เสนอราคาแล้ว (Number of Request for Quotations Issued) การปฏิบัติตามกฎระเบียบการจัดซื้อ เป็นต้น
             2) ด้านกิจกรรมการค้า (Commercial Activity)  สำหรับมุมมองด้านนี้ ผู้บริหารจะคำนึงถึงศักยภาพในการประหยัดอันเกิดจากการจัดซื้อ เป้าหมายในเรื่องของราคาสินค้า และการลดต้นทุน เกิดจากข้อตกลงที่ได้จากฝ่ายจัดซื้อ ซึ่งการจัดซื้อควรดำเนินการในรูปแบบที่มีการแข่งขันโดยใช้การประกวดราคาจัดซื้อสินค้าเพื่อให้ได้ราคาสินค้าที่ดีที่สุด สำหรับข้อมูลที่จะรายงานให้ผู้บริหารทราบได้แก่ รายงานแสดงมูลค่าที่สามารถประหยัดได้จากการจัดซื้อสินค้าตามแต่ละประเภทสินค้าโดยแบ่งตามผู้ขาย รายงานแสดงจำนวนใบเสนอราคาที่ได้รับแล้ว (Number of Quotations Issued) รายงานความผันผวนของราคาสินค้า รายงานอัตราเงินเฟ้อ เป็นต้น
             3) การเป็นส่วนหนึ่งของบรูณาการด้านโลจิสติกส์ (Part of Integrated Logistics) ผู้บริหารได้หันมาคำนึงถึงเรื่องการจัดซื้อสินค้าที่มีราคาถูกเพื่อทำให้เกิดการประหยัดมากที่สุด เพราะอาจทำให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพของสินค้าต่ำ และมีการจัดส่งที่ไม่ดี ซึ่งอาจส่งผลเสียหายได้ภายหลัง  ดังนั้นการตั้งเป้าหมายสำหรับการวัดประเมินในส่วนนี้ จึงถูกกำหนดเป็นการปรับปรุงคุณภาพสินค้า การลดระยะเวลานำ (Lead Time Reduction) และการปรับปรุงความน่าเชื่อถือในการจัดส่งสินค้าของผู้ขาย
             4) ด้านยุทธศาสตร์ทางธุรกิจ (Strategic Business Area) การจัดซื้อนั้นมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจในการดำเนินการของธุรกิจหลัก (Core Business) และส่งเสริมให้องค์กรมีความสามารถในการแข่งขันได้ ทั้งยังเป็นสิ่งที่ช่วยตัดสินใจว่าควรจะผลิตสินค้าใช้เอง หรือจะจัดซื้อสินค้าจากผู้ขาย นอกจากนี้แล้ว ยังมีการเปรียบเทียบการจัดซื้อสินค้าจากผู้ขายในประเทศกับผู้ขายต่างประเทศด้วย ในส่วนของการวัดประเมินนั้นจะวัดในแง่ของจำนวนของผู้ขาย (ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะวัดจำนวนผู้ขายที่ลดลง) จำนวนคู่สัญญาที่เป็นผู้ขายรายใหม่ (ผู้ขายต่างประเทศ) และผลประกอบการอันเกิดจากการประหยัดจากการจัดซื้อ
         ในการวัดและประเมินกิจกรรมทางด้านการจัดซื้อจัดหา (Purchasing Performance) นั้นจะถูกแบ่งออกได้เป็น 4 มิติ คือ (Weele, 2005)
             1) ราคา (Price) / ต้นทุน (Cost)
             2) ผลิตภัณฑ์ (Product) / คุณภาพ (Quality)
             3) โลจิสติกส์ (Logistics)
             4) โครงสร้างองค์กร (Organizational)
        ตัววัด และประเมินที่สำคัญในการปฏิบัติงานจัดซื้อ ซึ่งประกอบไปด้วยความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง  4 มิติข้างต้น สามารถกล่าวโดยสรุปได้ดังนี้
              1) ด้านประสิทธิผลการจัดซื้อ (Purchasing Effectiveness) คือการวัด และประเมินในด้านต่างๆ ดังนี้
                     (1) ต้นทุนและราคาการจัดซื้อวัตถุดิบ (Purchasing Materials Costs/Prices) ซึ่งจะวัดและประเมินในส่วนของ
                            - การควบคุมราคา / ต้นทุนของวัตถุดิบ (Materials Price Cost Control)
                            - การลดราคา / ต้นทุนของวัตถุดิบ (Materials Price/Cost Reduction)
                     (2) ผลิตภัณฑ์/คุณภาพ (Product/Quality) ซึ่งจะวัดและประเมินในส่วนของ
                            - การเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (Purchasing ’s Involvement in New Product Development)
                            - การจัดซื้อ และการควบคุมคุณภาพทั่วทั้งองค์กร (Purchasing and Total Quality Control)
                     (3) โลจิสติกส์ (Logistics) ซึ่งจะวัดและประเมินในส่วนของ
                            - ความสามารถในการตอบสนองความต้องได้อย่างเหมาะสมและทันเวลา (Adequate Requisitioning)
                            - นโยบายการสั่งซื้อ และการจัดเก็บสินค้าคงคลัง (Order and Inventory Policy)
                            - ความน่าเชื่อถือในการจัดส่งสินค้าของผู้ขาย (Supplier Delivery Reliability)
              2) ด้านประสิทธิภาพการจัดซื้อ (Purchasing Efficiency) คือการวัดและประเมินด้านโครงสร้างองค์กร ซึ่งจะวัดและประเมินในส่วนของ
                     (1) บุคลากร (Personnel)
                     (2) การบริหารจัดการ (Management)
                     (3) ขั้นตอนการปฏิบัติงาน และนโยบาย (Procedures and Policies)
                     (4) ระบบข้อมูลข่าวสาร (Information Systems)
          ในการวัดและประเมินผลการปฏิบัติงานจัดซื้อทั้ง 4 มิติ นั้นสามารถแบ่งเป็นระดับต่างๆ ได้ ดังนี้
              1) ระดับรายการจัดซื้อ (Line-Item Level)
              2) ระดับผู้ขายแต่ละราย (Individual Supplier Level)
              3) ระดับผู้ซื้อแต่ละราย (Level of The Individual Buyer)
              4) ระดับแผนก (Departmental Level)
              5) ระดับภาพรวมทั้งบริษัท (Overall Company Level)
         ตัวอย่างของตัวชี้วัดประสิทธิภาพการจัดซื้อ จัดหา (Purchasing Performance Indicators) ได้แสดงไว้ใน ตารางที่ 1 ดังนี้


ตารางที่ 1 ตัวอย่างของตัวชี้วัดประสิทธิภาพการจัดซื้อ จัดหา

ด้านของการวัด และประเมิน

เป้าหมายของการวัดและประเมิน

การดำเนินการ

ตัวอย่าง

ต้นทุนและราคาการจัดซื้อวัตถุดิบ

- การควบคุมราคา/ต้นทุนของวัตถุดิบ

ต่อเนื่อง

งบประมาณจัดซื้อวัตถุดิบ    

รายงานความแปรปรวนของราคารายงานการเพิ่มขึ้นของราคา

รายงานต่างๆ รอบการจัดซื้อ

- การลดราคา/ต้นทุนของวัตถุดิบ

ต่อเนื่อง

การประหยัดที่เกิดจากการจัดซื้อที่มีผลกระทบกับผลตอบแทนและการลงทุน

ผลิตภัณฑ์/คุณภาพของการจัดซื้อวัตถุดิบ

- การเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (Early purchasing involvement)

เฉพาะกิจ

ระยะเวลาที่ใช้ในการจัดซื้อระหว่างการออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือโครงการทางด้านวิศวกรรม

% อัตราของเสียจากการ

สุ่มตัวอย่าง

- การควบคุม และรับรองคุณภาพของวัตถุดิบ

ต่อเนื่อง

% อัตราของเสียจากการรับสินค้า (Reject Rate) % อัตราของเสียในกระบวนการผลิต (Line Reject Rate) ค่าใช้จ่ายด้านคุณภาพของ ผู้ส่งมอบแต่ละราย (Quality Costs Per Supplier)

โลจิสติกส์และการจัดส่งสินค้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อ (Purchasing logistics and supply)

- การติดตามการขอเสนอซื้อ

 

เฉพาะกิจ/

ต่อเนื่อง

ระยะเวลาในการดำเนินการ     จัดซื้อ จำนวนใบสั่งซื้อคงค้างต่อรายผู้ซื้อ (Order Backlog (Per Buyer))

- ความน่าเชื่อถือในการ จัดส่งสินค้า (ด้านคุณภาพและจำนวน)

เฉพาะกิจ/

ต่อเนื่อง

ใบสั่งซื้อเร่งด่วนดัชนีความน่าเชื่อถือในการจัดส่งต่อผู้ส่งมอบแต่ละราย การขาดแคลนวัตถุดิบ จำนวนรอบการหมุนของสินค้าคงคลัง การจัดส่งแบบทันที (JIT)

เจ้าหน้าที่จัดซื้อและโครงสร้างหน่วยงานทางด้านการจัดซื้อ

- การฝึกอบรม และการกระตุ้นเจ้าหน้าที่จัดซื้อ

เฉพาะกิจ

การวิเคราะห์เวลา และภาระงานของหน่วยงานจัดซื้อ งบประมาณที่ใช้สำหรับงานจัดซื้อ การตรวจติดตามงานจัดซื้อ และจัดส่ง

- คุณภาพการบริหารงานจัดซื้อ

- ระบบการจัดซื้อ และ  ขั้นตอนการทำงาน

- การวิจัยงานจัดซื้อ

 


เอกสารอ้างอิง
       [1] Arjan J. Van Weele, 2005, Purchasing & Supply Chain Management: Analysis, Strategy, Planning and Practice, 4th ed., Thomson, London, pp. 12, 251-252.


ที่มา http://www.logisticscorner.com


จำนวนผู้ชม 27010 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ