พุธ, 26 เม.ย. 2017
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 93 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เปิดประตูอาเซียน "แก้กฎหมายการบิน รองรับ AEC"
User Rating: / 2
แย่ดีที่สุด 
วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2013 เวลา 07:53 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

       กรมการบินพลเรือน ในฐานะที่มีหน้าที่ส่งเสริมพัฒนาและกำกับดูแลด้านการบินพลเรือนของประเทศให้มีความปลอดภัยและมีระเบียบ ยกระดับคุณภาพการบริการด้านการขนส่งทางอากาศของประเทศ ขณะเดียวกันมีหน้าที่ปรับปรุงและพัฒนาท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบให้มีประสิทธิภาพ หรือในทางปฏิบัติกรมการบินพลเรือน มีหน้าที่ทั้งกำกับกฎการบินแล้วยังเป็นผู้บริหารท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบถึง 28 แห่ง ที่ตั้งอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ เช่น ท่าอากาศยานกระบี่ สุราษฎร์ธานี ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี และพิษณุโลก เป็นต้น สำหรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนใน หรือ AEC ปี 2558 ที่ผ่านมากรมการบินพลเรือนได้เตรียมความพร้อมทุกด้านแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงกฎหมาย กฎเกณฑ์ กฎ ระเบียบ ของภาครัฐ เพราะการเชื่อมโยงทางอากาศไม่สามารถทำได้โดยอิสระ ต้องมีความตกลงกับประเทศสมาชิก
      โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมการบินพลเรือน ได้ปรับปรุงแก้ไข พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 มาถึง 11 ฉบับแล้ว แต่เป็นการแก้ไขรายมาตรา ซึ่งไม่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและการเปิดเสรีอาเซียน จึงได้มอบหมายให้กรมการบินพลเรือน ปรับปรุงแก้ไข พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ.2497 ใหม่ทั้งฉบับ เพื่อให้ทันกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลง เพราะในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาธุรกิจและเทคโนโลยีด้านการบินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีสายการบินแบบเช่าเหมาลำ (Charter Flight) สายการบินต้นทุนต่ำ (Low cost airline) เกิดขึ้นมาก ที่สำคัญรัฐบาลเน้นให้สนามบินขนาดเล็กที่อยู่ตามแนวชายแดนเป็นจุดเชื่อมโยงในภูมิภาค โดยเรื่องแก้กฎหมายจะต้องดำเนินการ ว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมหรือไม่ การคุ้มครองดูแลผู้โดยสารทำได้แค่ไหน ครอบคลุมสายการบินทุกประเภทหรือไม่ โดยกรมการบินพลเรือนต้องรวบรวมปัญหาที่เป็นข้อขัดแย้งกับการเปิดเสรีอาเซียน เช่น สัดส่วนผู้ถือหุ้น ที่ปัจจุบันจำกัดให้ต้องเป็นคนไทยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 51 ต่างชาติไม่เกินร้อยละ 49 ซึ่งนโยบายรัฐบาลต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการบินในอนาคต ทั้งศูนย์ซ่อมอากาศยาน (MRO) ซึ่งต้องให้บริษัทต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุน หรือการผลิตชิ้นส่วน ซัพพลายเชน ขณะที่ได้ประสานสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ระดับหนึ่งแล้ว รวมถึงศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบิน ช่างซ่อม พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน
      ด้านนายวรเดช หาญประเสริฐ อธิบดีกรมการบินพลเรือน กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้ลงนามและให้สัตยาบันความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศเพื่อการเปิดเสรีการบินและพิธีสารท้ายความตกลงฯ ทุกฉบับแล้ว ไม่ว่าจะเป็นความตกลงพหุภาคีอาเซียน และความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางอากาศกับประเทศคู่เจรจา แต่ปัจจุบันยังไม่มีสายการบินของไทยและสายการบินของประเทศสมาชิกอาเซียนให้บริการภายใต้ความตกลงฯ และพิธีสารท้ายความตกลงฯดังกล่าว การเปิดเสรีอาเซียนสอดคล้องกับภารกิจของกรมการบินพลเรือนในการเชื่อมโยงการขนส่งทางอากาศ ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำข้อตกลงร่วม 2 ฝ่าย หรือทวิภาคกับหลายประเทศ ส่วนอาเซียนนั้นจะเป็นการทำข้อตกลงการบินแบบพหุภาคี เพื่อให้ทั้ง 10 ประเทศอาเซียนสามารถเปิดเสรีการบินผู้โดยสารได้โดยไม่จำกัด จำนวน ,ความจุ,ความถี่ ซึ่งจะทันในปี 2558 แน่นอน โดยเฉพาะประเทศไทยที่เป็นประเทศแรกๆ ในอาเซียนที่มีการลงนามในสัตยาบันก่อนและจะทำให้มีเที่ยวบินระหว่างประเทศเข้ามาทำการบินที่สนามบินหลักและรองของไทยมากขึ้น
      อย่างไรก็ตามขณะนี้กรมการบินพลเรือนอยู่ระหว่างพัฒนาท่าอากาศยานในภูมิภาคที่มีศักยภาพรองรับ AEC ในจังหวัดที่อยู่ตามแนวชายแดน รวม 6 แห่ง ประกอบด้วย ท่าอากาศยานแม่สอด เบตง อุบลราชธานี อุดรธานี นราธิวาสและนครราชสีมา ดังนั้นอีกไม่เกิน 3 ปี การเชื่อมโยงทางอากาศระหว่างไทยกับประเทศสมาชิกอาเซียนจะมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งผลที่ตามมาคือปริมาณเที่ยวบิน และสายการบินใหม่จะเกิดขึ้นอีกเป็นอย่างมาก

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : นภสร แก้วคำ(2) / สวท.

Rewriter : ชนิดา ศรีปัญญา

สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th

27 ม.ค. 2556


จำนวนผู้ชม 4851 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ