พฤหัสบดี, 24 ก.ค. 2014
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 43 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้499
mod_vvisit_counterเมื่อวาน2959
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้11385
mod_vvisit_counterสับดาห์ที่แล้ว15785
mod_vvisit_counterเดือนนี้55399
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว79250
mod_vvisit_counterทั้งหมด5161173

Online (20 minutes ago): 72
Your IP: 54.211.80.155
,
Now: 2014-07-24 07:15
Gartner ประกาศการจัดลำดับองค์กรจัดการซัพพลายเชนยอดเยี่ยมในภูมิภาคเอเเชียแปซิฟิคประจำปี 2012
User Rating: / 4
แย่ดีที่สุด 
วันศุกร์ที่ 27 กรกฏาคม 2012 เวลา 05:31 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

เรียบเรียงโดย logisticscorner
\26 ก.ค. 55

       รายชื่อองค์กรชั้นนำด้านซัพพลายเชนได้รับการเปิดเผยในการประชุม Supply Chain Executive Conference ณ Sydney Convention & Exhibition Centre เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 23-24 ก.ค. 2012
      Gartner Inc. บริษัทรับทำวิจัยและที่ปรึกษา ได้เผยผลการจัดอันดับองค์กรจัดการซัพพลายเชนยอดเยี่ยมแห่งปีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ในงานประชุม Supply Chain Executive Conference ณ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย
      จุดมุ่งหมายในการจัดอันดับ 25 องค์กรชั้นนำด้านซัพพลายเชน เพื่อสร้างความตระหนักถึงความมสำคัญของซัพพลายเชนและผลกระทบที่มีต่อธุรกิจ จากรายชื่อองค์กรทั้งหมดที่ผ่านการคัดเลือก Gartner ได้จัดอันดับองค์กรที่มีผลการดำเนินการยอดเยี่ยมซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคจำนวน 15 บริษัท โดยพิจารณาจาก การเติบโตของรายได้, อัตราผลตอบแทนในทรัพย์สิน(ROA), มูลค่าสินค้าคงคลัง และการสอบถามความคิดเห็น 15 องค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคที่ได้รับการคัดเลือก ประกอบด้วยบริษัทในประเทศญี่ปุ่น 5 บริษัท ได้แก่ Canon, Honda, Komatsu, Seven & I Holdings และ Toyota, อยู่ในประเทศเกาหลี 4 บริษัท ได้แก่ Hyundai, Hyundai Heavy Industries, LG และ Samsung อยู่ในประเทศออสเตรเลียได้แก่ Woolworths อยู่ในประเทศอินเดียได้แก่ Tata Motors ตั้งอยู่ในประเทศสิงคโปร์ ได้แก่ Flextronics และอยู่ในประเทศไต้หวั่นได้แก่ ASUSTeK,  Vikas Sarangdhar, Research Director ของ Gartner กล่าวว่า "ในระหว่างที่ความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคมีการเติบโตเพิ่มขึ้น อัตราเงินเฟ้อและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงภาวะการขาดแคลนแรงงาน ล้วนเป็นสิ่งท้าทายทุกองค์กรในภูมิภาคนี้" เขากล่าวต่อว่า "ภาวะเศรษฐกิจโลกในภูมิภาคยังส่งผลทำให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นด้วย ดังจะเห็นได้จากการที่ยอดการส่งออกที่ตกลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลทำให้ระบบเศรษฐกิจ และการไหลเวียนเงินทุนของเอเชียได้รับผลกระทบโดยตรง และยังกระทบต่อความต้องการสินค้าในประเทศด้วย"
      ในปีนี้ Samsung ยังคงรักษาอันดับ 1 ใน 15 องค์กรชั้นนำด้านซัพพลายเชนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคนี้ไว้ได้ ซึ่งบริษัทได้ดำเนินธุรกิจหลากหลาย อาทิ สินค้าเทคโนโลยี เครื่องใช้อิเล็คทรอนิคส์ ยานยนต์ ธุรกิจค้าปลีก และสินค้าอุตสาหกรรม และในปีนี้เอง มี 4 บริษัทใหม่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคที่ติดอันดับเป็นครั้งแรกด้วย ทั้งนี้บริษัทญี่ปุ่นส่วนใหญ่กำลังฟื้นตัวจากการประสบภัยธรรมชาติ และภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำในช่วงปีที่แล้ว เพื่อกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
      Debashis Tarafdar, Gartner research director เผยว่าองค์กรชั้นนำด้านซัพพลานเชนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคยังคงดำเนินธุรกิจภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ตกต่ำด้วยการปรับปรุงซัพพลายเชนของบริษัท และมุ่งเน้นยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนด้วยความต้องการ(demand-driven)
      Mr. Tarafdar กล่าวว่า "องค์กรชั้นนำด้านซัพพลายเชนทั้งหลายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในเรื่องการจัดการความต้องการ การปฏิบัติงานที่ยอดเยี่ยม และนวัตกรรม" Mr. Tarafdar กล่าวต่อว่า "บริษัทเหล่านั้นได้ใช้แนวปฏิบัติที่ดี(Best practice), Demand sensing, Demand shaping, การแบ่งส่วน(segmentation) และการร่วมมือกัน(Collaboration) เพื่อช่วยในการบริหารความต้องการของลูกค้าที่มีความผันผวน และสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ รวมถึงการใช้ตัววัดผลการดำเนินงานที่มีความเหมาะสมสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร นอกจากนี้พวกเขายังออกแบบและสร้างเครือข่ายซัพพลายเชนให้มีความยืดหยุ่น และนำกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงมาใช้กับคู่ค้าที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในเครือข่ายซัพพลายเชนของเขาด้วย"

ตารางที่ 1: 25 องค์กรชั้นนำด้านในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคประจำปี 2012

GARTNER SUPPLY CHAIN TOP 25

 

แหล่งข้อมูล: Gartner (ก.ค. 2012)

       Debra Hofman, Managing Vice President บริษัท Gartner เล่าว่า "เมื่อต้นปีนี้เอง เราได้ประกาศผลการจัดอันดับ 25 องค์กรชั้นนำด้านซัพพลายเชน ซึ่งจากผลการจัดอันดับในภูมิภาคนี้ ทำให้ทราบว่าประเด็นปัญหาต่างๆ และวิธีปฏิบัติที่ดีในภูมิภาคนี้ แตกต่างกับภูมิภาคอื่น"
       Hofman เล่าต่ออีกว่า บริษัทชั้นนำด้านซัพพลายเชนต่างมีแนวโน้มที่โดดเด่นดังนี้
           - การเจริญเติบโตภายใต้ความต้องการที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ กับความท้าทายในการจัดการความต้องการ
           - การปรับเปลี่ยน supply bases ที่ต้องออกแบบซัพพลายเชนใหม่
           - เน้นการเจริญเติบโตทางการค้าภายในภูมิภาคเพื่อลดกระทบจากสภาวะความผันผวนทั่วโลก
           - ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของกอัตราเงินเฟ้ออย่างรวดเร็ว ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและผันผวน และภาวะการขาดแคลนแรงงาน
       ผู้นำด้านซัพพลายเชนทั้งหลายของภูมิภาคนี้ที่ไม่ติดอันดับ 1 ใน 15 ซึ่งเป็นผลมาจากคะแนนโหวตในปีนี้นั่นเอง Wilmar International and Wesfarmers บริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดัคเตอร์จากประเทศไต้หวั่น ให้ความเห็นว่า หลายบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคจะติดโผ 1 ใน 25 อันดับผู้นำด้านซัพพลายเชนได้ในอนาคต ซึ่งความสำเร็จของพวกเขาจะขึ้นอยู่กับการที่พวกเขาสามารถปรับตัวภายใต้สภาวะการณ์ในภูมิภาคนี้ และทั่วโลก และสามารถนำวิธีปฏิบัติที่ดีมาใช้กับบริษัทได้ดี และรวดเร็วแค่ไหน

 

ข้อมูลเพิ่มเติม
[1] ผลการจัดอันดับ 25 องค์กรชั้นนำด้านซัพพลายเชน
[2] รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดอันดับ 25 องค์กรชั้นนำด้านซัพพลายเชน

ที่มา Logistics asia 24 ก.ค. 55


จำนวนผู้ชม 6547 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ