อาทิตย์, 31 ส.ค. 2014
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 45 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้572
mod_vvisit_counterเมื่อวาน2626
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้572
mod_vvisit_counterสับดาห์ที่แล้ว22196
mod_vvisit_counterเดือนนี้78717
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว73682
mod_vvisit_counterทั้งหมด5260490

Online (20 minutes ago): 65
Your IP: 23.22.128.96
,
Now: 2014-08-31 09:14
อุตฯอาหารไทยหวั่นน้ำท่วมกระทบต้นทุนวัตถุดิบ แนะรัฐเร่งพัฒนาโลจิสติกส์ลดต้นทุนขนส่ง
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฏาคม 2012 เวลา 17:36 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

 

      สถาบันอาหาร เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาวะอุตสาหกรรมอาหารของไทยเดือนมิถุนายน 2555 และแนวโน้มอีก 3 เดือนข้างหน้า ชี้ภาพรวมดีขึ้น แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมยังกังวลเรื่องต้นทุนวัตถุดิบ ค่าจ้างแรงงาน และราคาน้ำมัน เฉพาะเดือนมิ.ย.ผู้ประกอบการร้อยละ 16.3 ปรับขึ้นราคาสินค้าแล้ว อีก 3 เดือนอาจมีอีกร้อยละ 12.8 ที่จะขอขึ้นตาม กลุ่มข้าวและแป้งข้าว ยังอาการหนัก ค่าดัชนีความเชื่อมั่นต่ำกว่าเพื่อน ส่วนกลุ่มผักผลไม้ และกลุ่มเครื่องปรุงรส หวั่นวัตถุดิบเสียหายจากภาวะน้ำท่วม สภาพอากาศและปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้น  แนะภาครัฐควรเอาจริงเรื่องพัฒนาโลจิสติกส์ เพื่อช่วยลดต้นทุนภาคการขนส่งทั้งระบบ
     สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม โดย ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร หรือ Food Intelligence Center Thailand รายงานดัชนีความเชื่อมั่นภาวะอุตสาหกรรมอาหารไทยเดือนมิถุนายน 2555 และแนวโน้มในอีก 3 เดือนข้างหน้า(ก.ค. - ก.ย. 2555) จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดกลางในสาขาต่างๆ อาทิ สัตว์น้ำ เนื้อสัตว์ ข้าวและผลิตภัณฑ์   ผักผลไม้ มันสำปะหลัง น้ำตาล น้ำมันพืช ผลิตภัณฑ์นม เครื่องปรุงรส จำนวนประมาณ 100 ราย   ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ในภาพรวมพบว่า ค่าดัชนีอยู่ที่ระดับ 55.5 แสดงว่าผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นในทางที่ดีขึ้นต่อภาวะโดยรวมของธุรกิจ  โดยระดับความเชื่อมั่นที่อยู่เหนือระดับ 50.0 ได้แก่ ยอดคำสั่งซื้อ ยอดขาย ปริมาณผลผลิต ปริมาณการจ้างงาน และผลประกอบการของภาคธุรกิจ ยกเว้น ต้นทุนวัตถุดิบ   ที่ภาคธุรกิจมองว่าแย่ลง คือมีค่าดัชนีอยู่ที่ 34.9 โดยมีผู้ประกอบการร้อยละ 59.3 เห็นว่าต้นทุนวัตถุดิบปรับเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ยังต้องประสบสภาวะเศรษฐกิจในประเทศกลุ่มสหภาพยุโรปที่ซบเซาและชะลอตัว   อีกทั้งราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในเกณฑ์สูงต่อเนื่อง ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยในกลุ่มสินค้าที่มีผลกระทบกับต้นทุนการผลิตอยู่ระหว่างพิจารณาปรับราคาสินค้าตามต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งในปัจจุบันผู้ประกอบการร้อยละ 16.3 ได้ปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นแล้ว ส่วนอีกร้อยละ 80.2 ยังคงตรึงราคาสินค้าที่ระดับเดิม 
     ขณะที่แนวโน้มความเชื่อมั่นในอีก 3 เดือนข้างหน้ามีค่าดัชนีโดยรวมอยู่ที่ 57.1 ซึ่งยังอยู่ในระดับดีขึ้นเช่นกัน ยกเว้นต้นทุนวัตถุดิบที่แย่ลง คือมีค่าดัชนีอยู่ที่ 36.9  และมีผู้ประกอบการร้อยละ 54.7 เห็นว่าต้นทุนวัตถุดิบจะปรับเพิ่มสูงขึ้นอีก ดังนั้นในช่วงระยะเวลา 3 เดือนข้างหน้า ผู้ประกอบการร้อยละ 12.8 อาจปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง โดยอีกร้อยละ 83.7 คาดว่าจะยังตรึงราคาเดิมไว้
     หากพิจารณารายกลุ่มอุตสาหกรรมพบว่า กลุ่มข้าวและแป้งข้าว มีความเชื่อมั่นทางธุรกิจแย่ลง คืออยู่ที่ระดับ 44.7  เช่นเดียวกับแนวโน้มอีก 3 เดือนข้างหน้า ที่ความเชื่อมั่นมีค่าดัชนีอยู่ที่ระดับ 43.2  ซึ่งสะท้อนภาพความเชื่อมั่นที่แย่ลงในกลุ่มอุตสาหกรรมข้าวไทย ทั้งในด้านยอดขาย ปริมาณผลผลิต ปริมาณการจ้างงาน และต้นทุนวัตถุดิบ  ขณะที่ระดับราคาผลผลิตยังอยู่ในเกณฑ์สูงต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อของกลุ่มลูกค้าต่างประเทศให้ลดลง และหันไปนำเข้าข้าวจากประเทศคู่แข่งแทน 
     ทั้งนี้จะพบว่าในเดือนมิถุนายน 2555 และแนวโน้มอีก 3 เดือนข้างหน้า  ในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารส่วนใหญ่มีข้อกังวลในด้านต้นทุนวัตถุดิบ โดยเชื่อมั่นว่าแย่ลง เห็นได้จากดัชนีความเชื่อมั่นเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบ ในกลุ่มข้าวและแป้งข้าว มีค่าอยู่ที่ระดับ 29.5 และ 38.6 กลุ่มสัตว์น้ำ มีค่า 36.8 และ 38.2 กลุ่มเนื้อสัตว์ มีค่า 36.4 และ 34.1 กลุ่มผักผลไม้ มีค่า 33.3 และ 41.7 เนื่องจากสภาพอากาศที่มีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อความชื้นในการจัดเก็บและขนส่ง และต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นจากภาวะน้ำท่วมซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้กับผักผลไม้ที่ปลูกได้ เช่นเดียวกับ กลุ่มเครื่องปรุงรส มีค่าดัชนี 35.4 และ 37.5 ซึ่งวัตถุดิบ เช่น พริก กระเทียม อาจเกิดความเสียหายจากปริมาณน้ำฝนและความชื้นได้
     เมื่อจำแนกตามขนาดธุรกิจ ในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดกลางมีค่าดัชนีอยู่เหนือระดับ 50.0 แสดงว่ามีความเชื่อมั่นว่าธุรกิจดีขึ้น เช่นเดียวกับแนวโน้มอีก 3 เดือนข้างหน้า และเมื่อจำแนกตามการส่งออก พบว่ากลุ่มผู้ประกอบการที่เน้นตลาดในประเทศและต่างประเทศเป็นหลักมีค่าดัชนี 55.0 และ 55.8 แสดงว่ามีความเชื่อมั่นว่าธุรกิจดีขึ้น โดยในอีก 3 เดือนข้างหน้าค่าดัชนีความเชื่อมั่นสูงขึ้นเป็น 56.1 และ 57.8 ตามลำดับ สะท้อนความเชื่อมั่นว่าภาวะอุตสาหกรรมอาหารจะดีขึ้นด้วย
     ในเดือนมิถุนายน 2555 พบว่า การปรับเพิ่มค่าจ้างแรงงาน เป็นข้อจำกัดอันดับ 1 ในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ โดยมีสัดส่วนร้อยละ 88.4  รองลงมาคือการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน ร้อยละ 80.2 และอันดับ 3 คืออัตราแลกเปลี่ยน ร้อยละ 54.7 ซึ่งปัจจัยดังกล่าวล้วนส่งผลกระทบในการดำเนินธุรกิจให้มีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการบางส่วนต้องปรับราคาสินค้าเพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งข้อจำกัดดังกล่าวผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความเห็นว่ายังคงเป็น 3 อันดับแรกในอีก 3 เดือนข้างหน้า
     โดยผู้ประกอบการมีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐว่าควรทำการศึกษาระบบต้นทุนภาคการขนส่งของไทย และกำหนดแนวทางเพื่อลดต้นทุนให้สามารถแข่งขันกับประเทศในกลุ่มอาเซียนได้ รวมทั้งควรจัดฝึกอบรมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบโลจิสติกส์ เพื่อพัฒนาให้ทันกับความต้องการของลูกค้า


รายละเอียดเพิ่มเติม : สุขกมล  งามสม โทร. 089 484 9894,  email : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
16 กรกฎาคม 2555

จำนวนผู้ชม 1558 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ