พฤหัสบดี, 24 ก.ค. 2014
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 70 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้1104
mod_vvisit_counterเมื่อวาน2959
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้11990
mod_vvisit_counterสับดาห์ที่แล้ว15785
mod_vvisit_counterเดือนนี้56004
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว79250
mod_vvisit_counterทั้งหมด5161778

Online (20 minutes ago): 201
Your IP: 54.89.138.238
,
Now: 2014-07-24 11:12
ขับเคลื่อน..‘ท่าเรือปากบารา’รัฐ-ประชาชนต้องเดินไปด้วยกัน
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
วันพุธที่ 04 กรกฏาคม 2012 เวลา 06:21 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

     ท่าเรือน้ำลึกปากบารา เป็นอีกโครงการของกระทรวงคมนาคมที่ใช้เวลาศึกษามาอย่างยาวนาน สาเหตุหลักมี 2 ส่วนคือ 1.ประชาชนในพื้นที่ ไม่เห็นด้วย เพราะเกรงกลัวกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ การท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อม 2.นโยบายรัฐบาลไม่มีความต่อเนื่องทำให้โครงการมีความล่าช้า
     สำหรับความคืบหน้าในโครงการนี้ ล่าสุด “สร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์” ผู้อำนวย การสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวกับ “สยามธุรกิจ” ว่า สนข.อยู่ระหว่างการรวบรวม ข้อมูลโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบาราใน จ.สตูล เพื่อเสนอต่อกระทรวงคมนาคม เพื่อขออนุมัติให้สนับสนุนการศึกษา ความเป็นไปได้ของโครงการนี้อย่างเต็มรูปแบบ ก่อนที่จะเสนอรัฐบาลพิจารณา ให้ความเห็นชอบโครงการนี้ต่อไป
     อย่างไรก็ดี จากข้อมูลที่ทำไว้โดยกรมเจ้าท่า สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ระดับหนึ่ง แต่เพื่อให้โครงการนี้มีบทบาทสำคัญในการใช้เป็นประตูของชายฝั่งทะเลด้านอันดามัน และมีโอกาส เป็นท่าเรือระดับสากล จึงมีความจำเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาในรายละเอียดทั้งหมดซึ่งโดยศักยภาพทั้งของที่ตั้งโครงการ คือ จ.สตูล และโอกาสที่จะใช้ ประโยชน์ทางด้านพาณิชยนาวี มีความ เป็นไปได้อยู่แล้ว แต่ข้อมูลที่จะต้องทำการศึกษาในรายละเอียดก็คือ ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม อันเป็นเรื่องที่อ่อนไหวในพื้นที่พอสมควร
     ด้าน “นัสรี่ บิน อีสเมล” หัวหน้าฝ่ายการตลาด (แผนกตู้คอนเทนเนอร์) บริษัท ปีนังพอร์ต จำกัด ประเทศมาเลเซีย บอกว่า โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการสร้าง ท่าเรือปากบารา เนื่องจากเป็นการพัฒนา พื้นที่ในการสร้างท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ มีความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบทางด้านสิ่ง แวดล้อมและโครงการนี้ก็คงส่งผลกระทบ ถึงท่าเรือปีนังไม่มากก็น้อย ซึ่งเห็นว่าในการขนส่งสินค้าผ่านท่าเรือน้ำลึกนั้น ไทยยังสามารถใช้ประโยชน์จากท่าเรือน้ำลึกปีนังได้อย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากมีการเชื่อมโยงกันทั้งระบบถนนและเส้นทางรถไฟเพื่อนำสินค้ามาลงเรือที่ท่าเรือปีนัง
    “ในเชิงธุรกิจการที่ไทยสร้างท่าเรือปากบารา จะมีผลให้ลูกค้าหายไปจากท่าเรือ ปีนังบ้าง เพราะการหันกลับไปใช้บริการท่า เรือในประเทศของตัวเอง แต่ที่ผมเป็นห่วง คือไม่อยากให้กระทบสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวของไทย ดังนั้น จึง อยากให้ไทยเองได้พิจารณาข้อห่วงใยในเรื่องนี้ ทั้งนี้ อยากให้ไทยใช้ท่าเรือระนอง ที่มีอยู่แทนการสร้างท่าเรือปากบารา”
     ด้าน “โชคชัย คัมภิรานนท์” ประธาน กรรมการ บริษัท เอ็นดีซี โลจิสติกส์ จำกัด บอกว่า ส่วนตัวสนับสนุนให้รัฐบาลสร้างท่า เรือปากบารา และเชื่อว่าหากโครงการ นี้เกิดจะเป็นการเปิดประตูที่สำคัญของกิจกรรมพาณิชยนาวีให้ภาคใต้ โดยที่ผ่านมาเรา มีประสบการณ์จากท่าเรือระนองมาแล้ว ที่ไม่สามารถตอบโจทย์ในแง่การใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่า แต่กรณีของท่าเรือปากบารา มั่น ใจว่า จะชดเชยช่องว่างในส่วนนี้ได้
     ขณะที่ “ธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล” ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง บอกว่า เพื่อเป็น การรองรับประชาคมอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558 รัฐบาลควรมองการพัฒนาท่าเทียบเรือกันตัง และระบบขนส่งทางรถไฟ ที่จ.ตรัง เนื่องจากเห็นว่าจังหวัดใกล้เคียง เช่น จ.ภูเก็ต ยังไม่มีท่าเทียบเรือน้ำลึก ขณะที่จังหวัดสตูลก็ไม่มีความคืบหน้าในการ ก่อสร้างท่าเรือปากบารา จึงเห็นว่าท่าเทียบ เรือกันตังมีความเหมาะสมที่สุดของฝั่งทะเลอันดามันที่จะพัฒนาขึ้นเป็นท่าเทียบเรือน้ำลึก เพียงแต่ที่ผ่านมาขาดการบริหาร จัดการที่ดี ซึ่งตนจะพัฒนาท่าเทียบเรือกันตังไปสู่อนาคต โดยการปรับปรุงให้เป็น ท่าเทียบเรือน้ำลึก ภายในระยะเวลา 2 ปี จากนั้นจะส่งต่อให้องค์การบริหารจังหวัด (อบจ.) ตรัง เป็นผู้บริหารจัดการต่อไป
     แม้ว่าจะมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ แต่หากเราจะมองไปถึงประโยชน์ของท่าเรือแห่งนี้แล้ว จะพบว่ามีมากมายเช่นกัน โดยท่าเรือน้ำลึกปากบาราจะเป็นท่าเรือขนส่งสินค้าฝั่งอันดามัน ที่มีศักยภาพไม่น้อยกว่าท่าเรือแหลมฉบัง และยังมีเป้าหมายที่จะเป็นประตูส่งออกไปยังกลุ่มประเทศ BIMSTEC ซึ่งประกอบด้วย บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เมียนมาร์ เนปาล ศรีลังกา และไทย
     ที่สำคัญหากมีการก่อสร้างท่าเรือแห่งชาติขึ้นมาจะเป็นการสร้างงาน สร้าง อาชีพให้ประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย ส่วนประเด็นที่ชาวบ้านเป็นห่วงว่าจะได้รับผลกระทบนั้น หน่วยงานรัฐต้องมีมาตรการที่ชัดเจนลงไป เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหา ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้คนในพื้นที่ด้วย


ที่มาสยามธุรกิจ  ฉบับที่ 1313 ประจำวันที่ 30-6-2012  ถึง 3-7-2012


จำนวนผู้ชม 2093 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ