เสาร์, 30 ส.ค. 2014
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 58 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้2250
mod_vvisit_counterเมื่อวาน3013
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้21820
mod_vvisit_counterสับดาห์ที่แล้ว18815
mod_vvisit_counterเดือนนี้77769
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว73682
mod_vvisit_counterทั้งหมด5259542

Online (20 minutes ago): 141
Your IP: 54.166.84.53
,
Now: 2014-08-30 21:11
ผู้ผลิตในสหรัฐยกให้การลดต้นทุนโดยรวมในโซ่อุปทานมีความสำคัญมาอันดับแรก
User Rating: / 2
แย่ดีที่สุด 
วันอาทิตย์ที่ 01 กรกฏาคม 2012 เวลา 18:38 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

เรียบเรียงโดย สรวิศ รัตนพิไชย

     จากผลการสำรวจโซ่อุปทานผู้ผลิตสินค้าในสหรัฐอเมริการประจำปี 2012 โดย IDC Manufacturing Insights ทำให้นักวิเคราะห์ต่างแปลกใจกับผลสำรวจเป็นอย่างยิ่ง
     การสำรวจในครั้งนี้เป็นการตรวจสอบสถานะภาพปัจจุบันของอุตสาหกรรมการผลิตในสหรัฐอเมริกา และการปรับตัวของผู้ผลิตรวมถึงการปรับปรุงโซ่อุปทานของผู้ผลิตสินค้า นอกจากนี้ยังเป็นการสำรวจว่าเทคโนโลยีต่างๆ มีบทบาทสำคัญอย่างไรที่ทำให้ผู้ผลิตประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น
     Kimberly Knickle, Practice Director, IDC Manufacturing Insights กล่าวว่า "ในตอนแรก เราคาดว่าจะมีจำนวนผู้ลงความเห็นให้การลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องมีความสำคัญอันดับแรก แต่เราก็พบกับความประหลาดใจอย่างยิ่ง เมื่อทราบว่าผู้ตอบแบบสอบถามลงความเห็นว่าเป็นคุณภาพผลิตภัณฑ์"
     จากผลการสำรวจครั้งนี้ในหัวข้อ "การจัดลำดับความสำคัญในโซ่อุปทานของการผลิตสินค้ากับการรับเอาเทคโนโลยีใหม่มาใช้งานประจำปี 2012" นั้น มีผู้ผลิตสินค้าในสหรัฐอเมริการตอบแบบสอบถามรวมทั้งสิ้นจำนวน 350 ราย จากผลการสำรวจพบว่า แม้ว่าส่วนใหญ่ผู้ตอบแบบสอบถามจะเป็นบริษัทผู้ผลิตสินค้ามากกว่าการให้บริการ แต่ก็มีกว่า 80% ที่ลงความเห็นว่าการลดต้นทุนโดยรวมในโซ่อุปทานนั้นมีความสำคัญมาอันดับแรกในปีนี้ และประมาณ 55% ลงความเห็นให้ว่าความคล่องตัว(agility) ในโซ่อุปทานมีความสำคัญอันดับรองลงมา และ 52% เห็นว่าการปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และความปลอดภัยมีระดับความสำคัญมาเป็นอันดับสาม
     สำหรับผลการสำรวจความสำคัญของเทคโนโลยีใหม่ๆ นั้น พบว่า ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากและซับซ้อนมีความสำคัญมาเป็นอันดับแรก ตามด้วยความสามารถในการเคลื่อนย้าย(Moblility), ระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง/ระบบซอฟท์แวร์ และเครื่องมือทางเครือข่ายธุรกิจ มีความสำคัญมาเป็นอันดับสอง และสามตามลำดับ
     ในระหว่างที่ผู้ผลิตสินค้าทั้งหลายต่างประสบกับปัญหาในเรื่องของความต้องการของลูกค้าที่มีความยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น และโลกาภิวัฒน์ของสินค้านั้น องค์กรต่างๆ ในซัพพลายเชนต่างก็กำลังปรับตัวเพื่อเตรียมรับกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจต้องประสบเช่น:
        - ความต้องการของลูกค้าที่มีความซับซ้อนมากขึ้น และเครือข่ายสินค้าขายายไปยังทุกแห่งทั่วโลก
        - ความต้องการที่แปรเปลี่ยนได้ง่ายขึ้น
        - กฏระเบียบที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการตรวจสอบย้อนกลับ
        - ความกดดันในการเพิ่มความคล่องตัว(Agility) และความรวดเร็วในโซ่อุปทาน
        - ผู้บริโภคมีความรอบรู้มากขึ้น
     ในการเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ IDC Manufacturing Insights พบว่า
        - ผู้ผลิตทั้งหลายต่างยังคงหาแหล่งวัตถุดิบที่มีราคาถูกเพิ่มขึ้น ซึ่ง IDC Manufacturing Insights แนะนำว่าให้ลองหันกลับไปพิจารณาทบทวนประโยชน์จากการใช้แหล่งวัตถุดิบที่ใกล้ขึ้น และจะใช้ระบบ IT มาช่วยอย่างไรเพื่อทำให้เกิดความสามารถในการแข่งขันได้
        - ผู้ผลิตสินค้าส่วนใหญ่เห็นว่าโซ่อุปทานของพวกเขาควรเน้นที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์มาก่อน ซึ่งโดยปกติแล้วจะเน้นจากการลดต้นทุนก่อน ตามด้วยการตอบสนองของการเปลี่ยนแปลงของอุปทานและอุปสงค์ ก่อนที่จะเป็นคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการบริการ
        - การแก้ปัญหาในการวางแผนความต้องการ, การพยากรณ์ และการกำหนดตารางการผลิตด้วยระบบ IT ถูกมองว่าเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำเนินการของผู้ผลิตสินค้าในปีหน้า ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ดีในการบูรณาการด้านการวางแผนทางธุรกิจร่วมกันอย่างจริงใจมากขึ้นซึ่งก็จะทำให้บรรลุความสำเร็จร่วมกันอย่างยอดเยี่ยม
        - ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีจำนวนมากและซับซ้อน และความสามารถในการเคลื่อนย้าย เป็นเทคโนโลยีมีความสำคัญมากที่สุดสำหรับผู้ผลิตสินค้าในโซ่อุปทาน IDC Manufacturing Insights เชื่อว่าด้วยประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีนั้น จะทำให้ผู้ผลิตสามารถปรับปรุงความว่องไวในการดำเนินงาน และการให้บริการลูกค้าได้
     Simon Ellis, Practice Director กล่าวว่า "จากผลการสำรวจของเรา ประเด็นความท้าทายที่สำคัญในโซ่อุปทานที่ผู้ผลิตสินค้ากำลังเผชิญอยู่นั่นคือ ความต้องการของลูกค้ามีความซับซ้อน และเครือข่ายอุปทานที่กว้างขึ้น ในขณะที่ลูกกค้ามีความต้องการที่รวดเร็ว และเปลี่ยนแปลงได้ง่ายขึ้น และยังต้องการให้มีสินค้าคงคลังสำรองให้มากขึ้นเพื่อรองรับสถานการณ์สินค้าไม่เพียงพอด้วย"
     นอกจากนี้เขากล่าวเพิ่มต่อไปว่า "นี่คงเป็นหลักฐานสนับสนุนว่าในปี 2012 อาจเป็นช่วงเวลาที่มีความท้าทายอย่างมากในประวัติศาสตร์ของโซ่อุปทานการผลิตสินค้า และยังมีโอกาสเกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆอีกมากในโซ่อุปทานในปีนี้ด้วย"


ที่มา Supply chain management review
By Patrick Burnson, June 28, 2012

จำนวนผู้ชม 5578 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ