อาทิตย์, 20 เม.ย. 2014
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 116 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้113
mod_vvisit_counterเมื่อวาน2018
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้2131
mod_vvisit_counterสับดาห์ที่แล้ว11284
mod_vvisit_counterเดือนนี้35535
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว64503
mod_vvisit_counterทั้งหมด4945314

Online (20 minutes ago): 69
Your IP: 107.22.37.143
,
Now: 2014-04-21 01:31
กรมขนส่งเอาจริง!
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน 2012 เวลา 18:09 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

    ช่วงนี้กรมการขนส่งทางบกดูดีเป็นพิเศษ เพราะได้ผุดโครงการออกมามากมาย เพื่อดูแลสวัสดิภาพของประชาชนผู้ใช้รถขนส่งสาธารณะ ที่สำคัญแต่ ละโครงการเป็นประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยทั้งสิ้น “สุนทรีย์” ขอยกตัวอย่าง 2 โครงการ คือ 1.โครงการจัดระเบียบแท็กซี่ให้คนขับต้องมีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ 100% โครงการนี้นับว่าดีมาก คนขับแท็กซี่ที่ต้องการ “ทำมาหากินอย่างสุจริต” ยังเห็นด้วย เพราะคนขับแท็กซี่ “คนเลว” ทำเสียชื่อเสียงไว้เยอะ แม้ว่าจะเลวแค่ไม่กี่คนก็ทำให้เสียชื่อคนขับแท็ก ซี่ไปทั้งบาง ดังนั้นโครงการนี้จะสามารถตรวจสอบคนขับได้ หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน กับผู้โดยสารเหมือนข่าวแท็กซี่ข่มขืนผู้โดยสารเมื่อเร็วๆ นี้
    ยิ่งไปกว่านั้น กรมการขนส่งฯ ไม่ใช่แค่ “เขียนเสือให้วัวกลัว” อย่างเดียวยังได้ขอความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติลงดาบกับแท็กซี่ที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบด้วย ซึ่งได้เริ่มมาแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.55 ที่ผ่านมา และเพียงแค่ 7 วัน สามารถจับกุมผู้ฝ่าฝืนได้กว่า 1,000 คน โดยโทษที่ได้รับนั้น จะมีตั้งแต่ “จำคุก” ไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท ไม่มีบัตรประจำตัวผู้ขับรถมีโทษปรับ ไม่เกิน 1,000 บาท
    ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ประกอบการ หรือเจ้าของรถแท็กซี่ ที่ยินยอมให้ผู้อื่นที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะเช่าหรือขับมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท หากไม่จัดทำ ประวัติคนขับรถแท็กซี่จะมีความผิดปรับไม่เกิน 1,000 บาท เรียกได้ว่า โดนกันทั่วหน้าจ้า....โครงการที่ 2 คือ โครงการตรวจจับความเร็วรถตู้โดยสารสาธารณะบนทางด่วน โทลล์เวย์ และมอเตอร์เวย์ รวมถึงทางหลวงแผ่นดินในรัศมี 300 กม.ด้วยการติด RFID ซึ่งเป็นระบบการติดตามและตรวจจับความเร็วของรถ
    โดยโครงการนี้เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.55 ซึ่งผ่านมาแล้ว 2 เดือน สามารถ ตรวจจับความเร็วเกินกำหนดได้กว่า 3,000 ราย ที่สำคัญผู้ที่กระทำผิด กรมการขนส่งฯ บันทึกการกระทําความผิดไว้ที่ต้นทะเบียน ส่งผลให้รถตู้ที่กระทำผิดไม่สามารถดําเนินการทางทะเบียนได้ และมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
    นอกจากนี้ ล่าสุดกรมการขนส่งฯ ได้จับมือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอม เกล้าธนบุรีจัดสัมมนา “โครงการศึกษาแนวทางและมาตรการในการนำเทคโนโลยี (Global Positioning System : GPS) มาติดตั้งในรถสาธารณะ” ด้วยเพื่อศึกษาวิเคราะห์แนวทางและมาตรการในการนำระบบ GPS มาประยุกต์ใช้ในการติดตั้งกับรถโดยสารสาธารณะให้มีความเหมาะสม หวังยกระดับรถสาธารณะให้มี ความปลอดภัย และสร้างความพึงพอใจแก่ผู้ใช้บริการ
    แม้ว่าการนำระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ หรือ ITS มาใช้ เพื่อแก้ปัญหาการจราจร และการนำระบบ GPS มาใช้กับรถสาธารณะจะเป็นประโยชน์มาก แต่ก็ต้องมีการศึกษาถึงปัญหา พร้อมทางออกกฎหมาย และต้นทุนที่ผู้ประกอบ การต้องแบกรับภาระซึ่งทางด้าน “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คาดว่า จะใช้ระยะเวลาในการศึกษาในเรื่องนี้ประมาณ 4 เดือน น่าจะเห็นผลที่เป็นรูปธรรม และสำหรับต้นทุนกล่องที่บอกข้อมูลตำแหน่งรถ ก็จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1 หมื่นบาท และค่าใช้จ่ายรายเดือนระบบ GPRS ใช้ส่งข้อมูลไปที่ศูนย์ กลางข้อมูลประมาณเดือนละ 200-300 บาท
    ขณะที่ “สมชัย ศิริวัฒนโชค” อธิบดีกรมการขนส่งทางบก บอกว่า สาเหตุส่วนใหญ่ของอุบัติเหตุจากรถโดยสารสาธารณะเกิดจากความประมาทในการขับขี่ของพนักงานขับรถ เช่น การขับรถเร็วเกินกำหนด ขับตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด และหลับใน อีกส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่พร้อมของสภาพตัวรถ
    ดังนั้น การสัมมนาโครงการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานตามนโยบายของ กระทรวงคมนาคมและของกรมการขนส่งทางบกที่ต้องการนำระบบ GPS มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลการเดินรถสาธารณะให้เป็นมาตรฐานสากล โดยได้รับความร่วมมือด้านวิชาการจาก ศูนย์ความเป็นเลิศด้านลอจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งกรมการขนส่งฯ จะเร่งดำเนินการ ศึกษา และวิเคราะห์องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องทั้งในด้านกฎระเบียบ ข้อบังคับ ความเหมาะสมทางด้านการลงทุน พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางและมาตรการในการนำระบบ GPS มาใช้ติดตั้งกับรถโดยสารสาธารณะ โดยอาจเลือกใช้กับกลุ่มรถโดย สารสาธารณะที่มีความเหมาะสมมาดำเนินการก่อน เพื่อให้การใช้รถใช้ถนนมีความ ปลอดภัยและลดอุบัติเหตุได้มากยิ่งขึ้น
    “สุนทรีย์” เชื่อว่าโครงการต่างๆ ที่กรมการขนส่งฯ จัดมาเป็นโครงการที่ดี มี ประโยชน์ต่อประชาชนทุกคน เป็นการสั่งสอนผู้กระทำผิดให้หลาบจำ แต่สิ่งที่สำคัญ คือ ต้องดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลในระยะยาว อย่าทำเป็นไฟไหม้ฟาง พอสักพักก็ไม่กวดขัน ไม่เข้มงวด คนทำผิดก็ไม่กลัวกฎหมาย อย่าง ไรก็ฝากกรมการขนส่งฯ เอาจริงเอาจังและต่อเนื่อง ทำเป็นมาตรฐานเพื่อให้คนทำ ผิดได้รู้สำนึก และให้คนอื่นหรือหน่วยงานอื่นได้เอาเป็นเยี่ยงอย่าง
    ส่วนประชาชนคนใดที่อยากจะ “สั่งสอน” คนขับรถสาธารณะที่นิสัยไม่ดีบ้าง ก็สามารถโทร.ไปที่ 1584 ได้ตลอด 24 ชม. เพราะเบอร์นี้เป็นศูนย์คุ้มครองผู้โดยสาร สาธารณะ อธิบดีกรมการขนส่งยืนยันกับ “สุนทรีย์” ว่า ถ้าเกิดคนขับนิสัยไม่ดีโดนประชาชนแจ้งมา จะถูกเรียกตัวไปสอบสวนทุกคนไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น!


ที่มา สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1310 ประจำวันที่ 20-6-2012  ถึง 22-6-2012


จำนวนผู้ชม 1203 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ