อาทิตย์, 21 ก.ย. 2014
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 49 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้2401
mod_vvisit_counterเมื่อวาน2792
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้2401
mod_vvisit_counterสับดาห์ที่แล้ว22255
mod_vvisit_counterเดือนนี้71356
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว80979
mod_vvisit_counterทั้งหมด5334108

Online (20 minutes ago): 177
Your IP: 54.204.90.135
,
Now: 2014-09-21 21:06
Vanadium Redox พลังงานทางเลือก นวัตกรรมทางรอดใหม่ที่คนไทยก็คิดได้
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
วันอังคารที่ 19 มิถุนายน 2012 เวลา 18:44 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

เรียบเรียงโดย อรุณวรรณ ภู่เพ็ชร
การจัดการโลจิสติกส์
บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการนวัตกรรม
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

     การขนส่ง มีความสำคัญต่อการขายและการจัดจำหน่ายเป็นอย่างมาก เพราะเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มคุณค่าของสินค้าและบริการได้มีสินค้าหรือบริการ บริโภคตามที่ตนต้องการ เช่น สินค้าประเภทอุปโภคและบริโภคต่างๆ ที่พวกเราทุกคนใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน ก็จะมีค่าขนส่งรวมอยู่ในราคาสินค้าและบริการนั้นด้วย ซึ่งจะถูกรวมไว้เป็นทอดๆ ค่าขนส่งจึงเป็นปัจจัยที่จำเป็นต้องนำมาพิจารณา เพราะถ้าหากบริษัทมีรถเป็นของตนเองค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้มีความสิ้นเปลืองมาก เช่น  ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ในการขนส่ง , การซ่อมบำรุงรถยนต์,  ค่าเสื่อมสภาพ,  เบี้ยประกันภัยรถยนต์, ค่าเบี้ยเลี้ยง, ค่าที่พัก, เงินเดือนและสวัสดิการพนักงานขับรถและพนักงานติดรถ,  พนักงานวิ่งรถออกนอกเส้นทางเนื่องจากแวะไปทำธุระส่วนตัว  เป็นต้น บางบริษัทตัดปัญหาโดยการจ้างบุคคลภายนอกที่เกี่ยวกับขนส่ง ทำการ Outsourcing เพื่อยุติปัญหาไปได้หลายเรื่อง  แต่ควรมีการเปรียบเทียบก่อนว่าอย่างไหนคุ้มกว่ากัน ระหว่างส่งสินค้าเองหรือจ้างคนอื่นส่ง แนวทางการเปรียบเทียบ เช่น การทำเองจะต้องไม่ทำให้ลดความสามารถในการแข่งขัน หรือลดกำไรของบริษัท ดูความถี่ในการส่ง, ดูค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเทียบเป็นปีๆ จะทำให้เห็นภาพได้ชัดเจน ขึ้น
     แนวทางในการบริหารต้นทุนค่าขนส่ง คือ ลดจำนวนครั้งในการขนส่งลง, ใช้วิธีการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal transportation) , ตั้งศูนย์กระจายสินค้า, ขนส่งสินค้า ทั้งเที่ยวไปและกลับ, นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ TMS มาใช้ แต่ในที่นี้จะขอกล่าวถึง  “การใช้พลังงานทางเลือก”   
     พลังงานทางเลือก หมายถึง พลังงานรูปแบบใหม่ๆ ที่ยังไม่ได้มีการใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วไปแต่มีการพัฒนาขึ้นมาเพื่อนำมาใช้  “ทดแทน” พลังงานจากซากดึกดำบรรพ์ (น้ำมันดิบ) ที่ใช้กันอยู่มุ่งเน้นที่จะให้เป็นพลังงานที่สะอาดเกิดขึ้นมาทดแทนได้ เพิ่งตนเองได้ในแง่ของเชื้อเพลิงและเทคโนโลยีเกิดผลดีทางสังคม เช่น กระตุ้นให้เกิดการจ้างงาน มีการใช้ทรัพยากร เทคโนโลยีในท้องถิ่น  สามารถนำมาหมุนเวียนใช้ได้ต่อเนื่องไม่มีวันหมด  เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่างๆ ต่อโลก เป็นพลังงานที่ใช้ไป แล้วผลิตขึ้นมาใหม่ได้ในระยะเวลาที่ไม่นานมาก ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ ความร้อนใต้พิภพ พลังงานลมและคลื่น พลังงานน้ำขนาดเล็ก พลังงานที่ได้จากไม้ ฟืน แกลบ กากอ้อย เอทธานอล ไฮโดรเจน มีธานอล ก๊าซธรรมชาติ โปรเปน P-Series ไบโอดีเซล พลังงานชีวภาพและชีวมวล พลังงานขยะ พลังงานนิวเคลียร์ พลังงานถ่านหินสะอาด เป็นต้น พลังงานทางเลือกที่มีการนำมาใช้จริงแล้วกับรถยนต์  ตัวอย่างเช่น  NGV ย่อมาจากคำว่า Natural Gas Vehicles หมายถึง ยานยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัด มีทั้ง LPG และ CNG ก๊าซพวกนี้เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีก๊าซมีเทนเป็นส่วนใหญ่ นำมาอัดด้วยความดันสูง บรรจุในถังเพื่อสะดวกในการขนส่งและใช้เป็นเชื้อเพลิงในยานพาหนะแทนน้ำมันเชื้อเพลิงเบนซินและดีเซล แต่ขอชี้แจงเกี่ยวกับ LPG ว่า ก๊าซ LPG ไม่ใช่พลังงานทางเลือก เพราะใช้น้ำมันดิบเป็นวัตถุดิบในการผลิต เช่นเดียวกับน้ำมันดีเซลและน้ำมันแก๊สโซลีน มีส่วนผสมของมีเทน และบิวเทนเป็นสำคัญ ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการประกอบอาหาร ทางเลือกที่ดีต้องใช้ CNG หรือก๊าซธรรมชาติของแท้  ข้อดีมีเยอะ เช่น เป็นเชื้อเพลิงก๊าซที่คงสภาพ แม้ว่าจะต้องใช้ถังบรรจุก๊าซที่ทนความดันสูง แต่ก็คุ้ม เพราะปลอดภัย เนื่องจากเบากว่าอากาศและไม่เป็นพิษ ประเทศเราขุดเจาะก๊าซธรรมชาติได้เอง รัฐบาลเค้าถึงอยากให้ใช้แทน  LPG 
     ในปัจจุบันก๊าซ NGV เป็นพลังงานทางเลือกที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่หันมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลในการที่จะช่วยลดต้นทุนของโลจิสติกส์เนื่องจากมีราคาถูกแต่การใช้ NGV ที่สำคัญที่สุดคือ จะต้องปรับเปลี่ยนระบบเครื่องยนต์จากดีเซลเป็นเบนซิน เพื่อให้หัวเทียนเป็นตัวจุดระเบิด ถ้าจะถามถึงภาพรวมในการขนส่งเป็นอย่างไร ก็ถือว่าเป็นวิบากกรรมของผู้ประกอบการขนส่ง เนื่องจากขณะนี้ NGV ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะพื้นที่ๆ อยู่ห่างไกลจากสถานีแม่ ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ซึ่งนับเป็นวันจะต้องใช้เวลารอมากขึ้นเป็นลำดับ ทำให้เกิดปัญหาเป็นอย่างมาก ตั้งแต่การส่งสินค้าไม่ทันเวลา สินค้าเสื่อมคุณภาพ และเสียหายในบางประเภทนับวันจะวิกฤตมากขึ้น
     ข้อเสนอแนะ คือ  เร่งขยายสถานีแก๊สธรรมชาติในกรุงเทพและปริมณฑล และขยายการวางท่อจ่ายแก๊สให้ครอบคลุมเมืองหลักอื่นๆ ของประเทศ  อีกประการที่ควรทำคือ เลิกอุดหนุนการใช้ LPG ในภาคขนส่ง ซึ่งมีแก๊สธรรมชาติเป็นทางเลือกที่ดีอยู่แล้ว เพื่อให้ LPG ใช้เพียงพอในครัวเรือน โดยเฉพาะในการหุงต้ม
     พลังงานไฮโดรเจนจะใช้ก๊าซไฮโดรเจน (H2)10 พัฒนามาเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์สันดาปและเครื่องยนต์เซลล์ไฟฟ้า พลังงานจากไฮโดรเจนจะเป็นพลังงานสะอาดที่ไม่ก่อมลพิษ และมีอยู่ทั่วไปในบรรยากาศ รถพลังงานไฮโดรจนใช้ไฮโดรเจนเหลวเป็นเชื้อเพลิง ทำความเร็วสูงสุดได้ประมาณ 144 Km/h และสามารถวิ่งได้ 450 Km ก่อนที่จะต้องเติมเชื้อเพลิงอีกครั้ง
     พลังงานไฟฟ้า (Electric vehicle) เป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แทนการใช้เครื่องยนต์ สันดาปภายใน (Internal combustion engine) แบบเดียวกับที่ใช้ในรถยนต์ทั่วไป พลังงานไฟฟ้าจะถูกเก็บสะสมในแบตเตอรี่ชนิดพิเศษ อัดประจุได้หลายครั้ง (Rechargeable batteries) ทำให้รถพลังงานไฟฟ้า ถูกจัดอยู่ในหมวดยานยนต์ปราศจากมลภาวะ (Zero emission vehicle) และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สิ่งสำคัญคือแบตเตอรี่ ไม่ว่าแบบไฮบริดหรือใช้พลังไฟฟ้าอย่างเดียว พวกบริษัทรถเค้ากำลังแข่งขันกันหาวิธีปรับลดต้นทุนในการผลิต และเพิ่มกำลังไฟรวมไปถึงปริมาณความจุ แวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ปัจจุบัน มักใช้แบตเตอรี่ลิเธียม -ไอออนรุ่นใหม่ ที่เก็บไฟได้นานกว่าแบตเตอรี่นิกเกิลทั่วไป ซึ่งในขณะนี้ ปตท.จับมือกับ บริษัท เซลเลนเนียม (ประเทศไทย)  จำกัด ร่วมขับเคลื่อนพลังงานหมุนเวียนผลิตกระแสไฟฟ้า เซ็นสัญญาศึกษาวิจัยและพัฒนา การประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยี แบตเตอรี่แวนาเดียมรีด็อกซ์โฟล (Vanadium Redox Flow Battery) นวัตกรรมที่คิดค้นโดยคนไทย  เป็นเทคโนโลยีสะอาด ใช้กักเก็บและจ่ายพลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ซึ่งสอดรับกับแผนพลังงานทดแทน 15 ปี (พ.ศ.2551-2565) ที่รัฐกำหนดให้มีการใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.4 ในปีพ.ศ. 2551 เป็นร้อยละ 20 ของพลังงานเชิงพาณิชย์ในปี พ.ศ.2565 อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจาก กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ก่อให้เกิด “โครงการต้นแบบการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยี  Vanadium Redox Flow” สำหรับการลดภาระกำลังไฟฟ้าสูงสุด การผลิตไฟฟ้าผสมผสานขนาดเล็ก รถประจำทางไฟฟ้า และเซลล์เชื้อเพลิงคาร์โบไฮเดรตที่บริษัทเซลเลนเนียม (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทเอกชนของไทยเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้ทราบถึงปัญหาอุปสรรคด้านเทคนิคและต้นทุน การยอมรับของผู้ใช้ แนวทางในการพัฒนาเชิงพาณิชย์ และการผลิตในระบบอุตสาหกรรมต่อไป
     แบตเตอรี่ชนิดวาเนเดียม-รีด็อก (Vanadium-Redox) แบตเตอรี่แบบนี้สามารถชาร์จประจุได้ทันทีเพียงแค่เปลี่ยนอิเล็กโทรไลต์ มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน อัตราการรั่วของประจุต่ำ มีความหนาแน่นของพลังงานสูง ใช้ง่าย ราคาถูก ถึงแม้ว่าวาเนเดียมจะมีพิษต่อสิ่งมีชีวิต แต่จะปลอดภัยเมื่ออยู่ในภาชนะบรรจุที่ได้มาตรฐาน  เซลล์เชื้อเพลิง แวนเนเดียม (Vanadium Redox Flow) หรือเซลล์เชื้อเพลิงพลังงานไฟฟ้า หมุนเวียนกลับได้เป็นพลังงานทางเลือกใหม่ที่คิดค้นผลงานของคนไทยที่จดสิทธิบัตรกว่า 49 ประเทศทั่วโลก โดยเป็นนวัตกรรมด้านกักเก็บและสร้างพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้ประเทศไทยมีกระแสไฟฟ้าใช้ได้พอเพียง เพราะสามารถกักเก็บไฟฟ้าในช่วงเวลาถูกมาใช้ในช่วงเวลาแพง ที่สำคัญ ระบบเทคโนโลยีนี้เซลล์เชื้อเพลิงจากสารแวนเนเดียม เป็นเซลล์ไฟฟ้าเคมีที่สามารถแปลงพลังงานเคมีให้เป็นไฟฟ้าได้โดยตรง และสามารถเก็บพลังงานจากแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานชีวมวลแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าได้อีกด้วย
     คุณกฤษดา กัมปนาทแสนยากร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เซลเลนเนียม (ประเทศไทย) จำกัดได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้
         Q: "ที่มาของการนำเซลล์เชื้อเพลิง แวนเนเดียม มาใช้ ?
         A: พพ.ดำเนินการว่าจ้างบริษัทให้ทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Vandium Redox Flow ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเก็บสำรองพลังงานไฟฟ้าเคมี ด้วยวงเงิน 175 ล้านบาท
         Q: การทำวิจัยเน้นในเรื่องใดใช้ระยะเวลานานแค่ไหน?
         A: การทำงานวิจัยภายในเวลา 1 ปี 2 เดือนแบ่งเป็น 4 โครงการย่อย คืองานวิจัยพัฒนาการการสร้างแบตเตอรี่ขนาด 1-3 kw ,3-10 kw ,30 kw และ 100 kw
         Q: รายละเอียดในแต่ละโครงการ ในการวิจัยมีอย่างไรบ้าง ?
         A: สร้างระบบลดกำลังไฟฟ้าสูงสุดขนาด 100 kw  ที่จัดเก็บและจ่ายไฟฟ้าจากระบบสายส่งได้ 100 kw ใน 1 ชม., งานวิจัยพัฒนาและสร้างเซลล์เชื้อเพลิงคาร์โบไฮเดรตที่ทำงานร่วมกับวาเนเดียมอิเลคโตรไลต์ ที่เปลี่ยนน้ำตาลสำเร็จรูปเป็นไฟฟ้าโดยตรง โดยประสิทธิภาพที่ 40%,  งานวิจัยพัฒนาแบตเตอรี่ขนาด 10 kw รับไฟฟ้าเข้าแบตที่มีความถี่แตกต่างกันได้ นำระบบดังกล่าวติดตั้งทดสอบใช้กับงานเครื่องยนต์ดีเซลผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กและ งานวิจัยพัฒนาแบตเตอรี่ขนาด 30 kw ทดสอบใช้งานกับรถไฟฟ้าผสมผสานที่พัฒนาไว้เดิมแล้ว โดยกรมควบคุมมลพิษ ใช้ในเขต กทม. 
         Q: วิธีการนำนวัตกรรมระบบเทคโนโลยีแวนเนเดียม ไปใช้อย่างไร?
         A: แวนเนเดียม เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยในการกักเก็บไฟฟ้าไว้ใช้อย่างคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นการกักเก็บขนาดย่อม เพื่อใช้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือกักเก็บขนาดกลางในอาคารโรงงาน สามารถเก็บพลังงานทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถใช้ในการกักเก็บและจ่ายไฟฟ้าแบบเคลื่อนที่ทั้งในรถบัส เรือ แค่มีถังอิเล็กโทรลที่เก็บพลังงาน
         Q: การทำงานของระบบเทคโนโลยีแวนเนเดียม เป็นอย่างไร?
         A: รูปแบบการเก็บพลังงานจะเป็นการชาร์จไฟฟ้า หรือจะเติมสารแวนเนเดียมก็ได้ โดยใช้เวลาชาร์จไม่เกิน 15 นาทีต่อการวิ่งได้กว่า 100 กิโลเมตร ในขณะที่ระบบรถไฟฟ้าปัจจุบันชาร์จไฟฟ้า 8 ชั่วโมง วิ่งได้แค่ 40 กิโลเมตรเท่านั้น 
         Q: ระบบเทคโนโลยีแวนเนเดียม ได้ถูกนำไปใช้จริงที่ไหนบ้าง ?
         A: นวัตกรรมระบบเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงนี้ก้าวสู่การใช้งานจริงในการจัดการระบบพลังงานของโครงการ ฮอร์สชู พ้อยท์ ของตระกูล “ศรีเฟื่องฟุ้ง” กลางเมืองพัทยา บนพื้นที่ 5,000 ไร่ ที่มีทั้งโรงแรม ฟาร์มม้า โปโลคลับ โครงการบ้านจัดสรร โดยเข้าไปปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานไฟฟ้าในรูปแบบการประหยัด และสร้างพลังงานไฟฟ้าใช้เอง เป็นโครงการตัวอย่างของชุมชนสร้างพลังงานใช้เองโดยมีระบบเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงแวนเนเดียมเป็นหัวใจสำคัญในการกักเก็บพลังงานไฟฟ้าจากไบโอแก๊ส ขี้ม้า พลังงานชีวมวลที่ได้จาก เศษไม้ เศษขยะ จากแสงแดด จากคาร์บอนไดออกไซด์ ทุกอย่างจะถูกแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าและนำมาใช้ในโครงการฮอร์ส ชู พอยท์ ทั้งหมด  โครงการชุมชนสร้างพลังงานนี้เรียกว่า โครงการ Eco-Village Prototype Horse shoe Point ได้รับความสนใจจากต่าง ชาติ โดยเฉพาะรัฐบาลเดนมาร์ก ที่มีนโยบายใช้พลังงานลมเป็นพลังงานหลักของชาติ โดยเดนมาร์กได้ส่งทีมงานและบริษัทที่ปรึกษา เข้ามาศึกษาข้อมูลพร้อมจัดสรรทุนให้เปล่าถึง 30 ล้านบาท 
    ในภาคการขนส่งได้มีการนำ Vanadium Redox Flow Battery มาใช้จริงแล้วกับ ห้างหุ้นส่วนจำกัดศรีพูนทรัพย์ ขนส่ง โดยคุณพิชิต พงศ์ธเนศ ผู้ดำเนินกิจการธุรกิจ ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้
         Q: ในปัจจุบันราคาน้ำมันสูงมาก ธุรกิจขนส่งใช้วิธีไหนในการลดค่าใช้จ่ายตรงจุดนี้?
         A: มีการศึกษาหาความรู้และปรึกษากับทีมผู้เชี่ยวชาญทางด้านพลังงานทดแทนจึงทำให้รู้จักกับ Vanadium Redox เนื่องจากตนเองมีธุรกิจหลายอย่างนอกจากจะมีธุรกิจขนส่งแล้ว ยังมี บริษัท อิเรเดี๊ยน จำกัด เราคือบริษัทที่มุ่งเน้นการทำธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมลดการใช้พลังงาน เช่น LED Product, Solar Energy 
         Q: ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนมาใช้ พลังงานนี้ แพงไหมคะ?
         A: Vanadium Redox เป็นพลังงานที่คนไทยเป็นผู้คิดและลงมือทำเอง ดังนั้นวัตถุดิบต่างๆ จึงหาซื้อได้ในประเทศต้นทุนในการผลิตและติดตั้งจึงไม่แพง
         Q: อยากให้ยกตัวอย่างว่า Vanadium Redox ช่วยในเรื่องของการประหยัดต้นทุนค่าขนส่งลงไปเท่าไหร่คะ?
         A: คร่าวๆโดยประมาณคือ ค่าน้ำมันรถที่ใช้บรรทุกสินค้าวิ่งจากกรุงเทพฯปลายทางภาคใต้จากเดิมประมาณ 16,000 บาท หลังจากที่เปลี่ยนมาใช้พลังงานนี้ลดเหลือ 7,800 บาทซึ่งช่วยประหยัดลงไปมาก ดังนั้นขนส่งของเราจึงสามารถให้บริการลูกค้าได้มากกว่าคู่แข่งคือ มีบริการไปรับสินค้าถึงสถานที่โดยที่ลูกค้าไม่ต้องมาส่งที่ขนส่งเหมือนกับ ขนส่งเอกชนทั่วไปสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าเป็นอย่างมาก

     การใช้พลังงานทางเลือกของไทย ถือว่าอยู่ในขั้นเริ่มต้น นโยบายด้านพลังงานขึ้นอยู่กับภาวะการเมือง การดำเนินนโยบายไม่ต่อเนื่อง การเข้าไปส่งเสริมเอกชนพัฒนาด้านเทคโนโลยีพลังงานควรทำอย่างจริงจัง จะทำให้สามารถพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ที่นำมาใช้จริงได้ ขณะที่นโยบายพลังงานทางเลือกของไทยที่ผ่านมา การแก้ปัญหายามเกิดวิกฤตราคาน้ำมันก็ยังคงซ้ำซากอยู่ เมื่อราคาน้ำมันแพงก็รณรงค์ให้ประชาชนประหยัด คิดค้นพลังงานทางเลือกมาทดแทน ครั้นราคาน้ำมันในตลาดโลกตกต่ำก็ล้มเลิกโครงการ พอเกิดวิกฤตใหม่ก็ปัดฝุ่นขึ้นใหม่อย่างนี้เรื่อยๆ 

ข้อเสนอแนะในการพัฒนาพลังงานทดแทนสำหรับภาคขนส่ง
     อีโคคาร์  ควรเร่งให้มีการผลิตทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล เพื่อทั้งตลาดในประเทศและประเทศสมาชิกในเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Ares, AFTA) เนื่องจากอีโคคาร์กินน้ำมันน้อย และปล่อยมลพิษต่ำ
     แก๊สโซฮอล์  การใช้แก๊สโซฮอล์ (gasohol) ที่ผสมเอทานอลร้อยละ 20, อี 20 ทั่วประเทศ น่าจะทำได้ ถ้ามีมาตรการส่งเสริมการผลิตเอทานอล ให้มีปริมาณพอสำหรับ อี 20 และควรยกเลิกการใช้เบนซิน 91 และ 95 ในที่สุด
     การใช้แก๊สโซฮอล์ อี 85 ในปัจจุบันยังไม่เหมาะสม เนื่องจากยังมีจุดอ่อนที่สำคัญหลายประการ โดยเฉพาะการผลิตเอทานอลจะได้พลังงานสุทธิต่ำ และยังมีปริมาณไม่พอ ปริมาณอัลดีไฮด์จากการเผาไหม้จะสูงขึ้นมาก และประเทศในเขตการค้าเสรีอาเซียนไม่ใช้เครื่องยนต์ อี 85 จึงอาจสร้างปัญหาให้แก่อุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศ
     การกลั่นเอทานอลให้เข้มข้นในระยะต้นด้วยแสงอาทิตย์ ซึ่งได้มีการพัฒนาแล้วในประเทศ ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงในการผลิตเอทานอลบริสุทธิ์
     ไบโอดีเซล  เนื่องจากเครื่องยนต์ดีเซล รุ่นยูโร 4 ใช้น้ำมันน้อยและปล่อยมลพิษน้อยกว่าเครื่องยนต์เบนซิน จึงควรเร่งส่งเสริมการใช้ บี 5 ทั่วประเทศ โดยการขยายผลผลิตน้ำมันปาล์มและน้ำมันพืชอื่น เช่น สบู่ดำ ซึ่งมิได้เป็นพืชอาหาร เพื่อนำมาผลิตไบโอดีเซล ทั้งโดยพันธุวิศวกรรม (Genetic Engineering) และการดัดแปลงพันธุกรรม (Genetic Modification,GM)
     พลังงานทางเลือกอื่น ๆ  สนับสนุนการนำเข้ารถยนต์ไฮบริด (hybrid) ที่ใช้แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ดัวยการลดภาษีให้ต่ำพอ , ส่งเสริมให้ผลิตรถยนต์ไฮบริด แบบปลั๊กอิน ( plug-in) ในประเทศ , ส่งเสริมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมทั้งแบตเตอรี่แบบลิเทียมไอออน ในประเทศ , ศึกษาความเหมาะสมของเซลเชื้อเพลิงในระยะยาว,เปลี่ยนโครงสร้างภาษีรถยนต์โดยใช้การกินน้ำมันและปริมาณมลพิษที่ปล่อยเป็นหลัก , กำหนดภาษีคาร์บอน เพื่อนำมาสนับสนุนพลังงานทางเลือก

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
   - หนังสือ Transport Management ,Transportation Strategy,ประชาคมวิจัย ฉบับพิเศษที่ 12 ,แบตเตอรี่เก็บพลังงานแห่งอนาคต,http://oilsolution.net/solution/001.htm, http://www.motortrivia.com/section-bizzes-news-02/362-gm-master-stroke/gm-master-stroke.html                   

ที่มา :logisticscorner.com, 19 มิ.ย. 2555


จำนวนผู้ชม 8170 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ