เสาร์, 23 ส.ค. 2014
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 55 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้2350
mod_vvisit_counterเมื่อวาน2781
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้18273
mod_vvisit_counterสับดาห์ที่แล้ว15623
mod_vvisit_counterเดือนนี้55407
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว73682
mod_vvisit_counterทั้งหมด5237180

Online (20 minutes ago): 150
Your IP: 54.196.196.202
,
Now: 2014-08-23 20:21
ความยากของโซ่อุปทาน
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฏาคม 2011 เวลา 10:01 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

สุวัฒน์ จรรยาพูน
มหาวิทยาลัยศรีปทุม

   หลังจากที่นั่งบนโซฟา ดูทีวี ฟังข่าวยุบสภา มองหาดูว่าทิศทางของบ้านเราจะไปข้างหน้าอย่างไร หันกลับมาที่องค์กรธุรกิจ ต้นทุนสินค้าเกือบทุกอย่างก็พากันขยับตัวสูงขึ้น จำเป็นต้องมองหาแนวทางรัดเข็มขัดเพื่อความอยู่รอด แต่ก็ดูรางเลือน หลายๆ ด้านมองดูแล้วยากไปหมด เป็นเพราะปัญหามีเกิดขึ้นในปัจจุบันมีความซับซ้อน เชื่อมโยง และส่งผลถึงกันรวดเร็วอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่น่าเชื่อว่าแค่กินข้าวร้านเดียวกันแล้วมานำเสนอบนเฟซบุ๊ค ไม่ทันข้ามวันก็กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาว์น สนุกสนานกันไปใหญ่ทั้งในอินเตอร์เน็ต ทีวี และหนังสือพิมพ์ ไปสืบค้นกันจนถึงบรรพบุรุษของคนกินข้าวร้านเดียวกันทั้งสองฝ่ายว่าเป็นใคร มาจากไหน ทำอะไรมาบ้างในอดีต
   ปัญหาในบ้านเมือง และในธุรกิจผมคิดว่าต้องแก้ด้วย “คุณภาพของคน” นักการเมืองเมื่อหาเสียงม็มักบอกว่ารักชาติ ทำเพื่อบ้านเมือง แต่การคอรัปชั่นของบ้านเราก็เรียกได้ว่าติดอันดับโลก บอกว่าไม่เคยโกงกิน แต่ก็อยู่ในหมู่พวกของการโกงกินได้อย่างมีความสุข พนักงานเมื่อนายจ้างเผลอก็พร้อมที่จะละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ สัญญาณไฟเขียวตามแยกหากไม่มีรถคนไทยเราก็พร้อมที่จะข้าม คนชาติอื่นเป็นเหมือนกันหรือเปล่าผมไม่ทราบแต่ผมเห็นในหลายประเทศที่ได้ชื่อว่าพัฒนาแล้วเขาไม่เป็นกัน
   ความยากจึงอยู่ที่การสร้างให้ทรัพยากรมนุษย์มีคุณภาพ ผมหยิบหนังสือแปล “เดอะ ท็อป ซีเคร็ต” อ่านหน้า คำนำ พบคำว่า “กฎแรงดึงดูดของความคิด” เข้าใจว่าเราต้องมี “ศรัทธา” จิตเราเมื่อคิดและภาวนาถึงสิ่งที่ดี ก็ย่อมจะได้สิ่งที่ดี ทำให้นึกถึงคำพูดของอาจารย์ผมที่เคยคุยเล่นกันถึงพระเครื่องที่ผมเห็นหลวงปู่ทวดบนหิ้งพระในห้องทำงานแล้วถามว่าเป็นหวงปู่ทวดรุ่นอะไร ก็ได้คำตอบว่าองค์นี้เป็น “รุ่นดูดหลวงปู่ทวด” เพราะหลังจากนำมาวางบนหิ้ง ใครที่ไปมาหาสู่กันเห็นหลวงปู่ทวดบนหิ้ง คิดว่าอาจารย์คงชอบ จึงมักจะนำมาฝากเสมอๆ จนทุกวันนี้มีหลวงปู่ทวดเต็มหิ้งแล้ว
   หลายท่านอาจสงสัยว่าเกี่ยวอะไรกับ คุณภาพของคน ผมต้องการบอกว่าการเริ่มต้นต้องมาจาก “ศรัทธา” จากจิตใจของเรา จึงจะทำให้เกิดพลังที่จะดึงดูดสิ่งที่ต้องการได้ ลองทบทวนเมื่อเวลาเกิดความรู้สึกสลดหดหู่ในชีวิต จะพบว่าสิ่งรอบตัวเราล้วนไม่น่ารื่นรมย์ แต่เมื่อมีความสุขดูเหมือนโลกทั้งใบก็ยิ้มกับเราด้วย ทั้งๆ ที่ เราก็อยู่บนโลกใบเดิม สิ่งแวดล้อมต่างๆ ก็ไม่ได้แปลกไปมากนัก เมื่อเรามีสุขและมีเศร้า จิตใจของเราจึงมักมีพลังที่จะสรรสร้างให้เกิดความสำเร็จและล้มเหลว การเริ่มต้นจึงต้องมาจากการพัฒนาจิตใจก่อน
   วันก่อนผมได้ฟังนิทานจากรุ่นพี่ เล่าถึงเรื่องที่ได้อ่านมาชื่อว่า “ให้ฆ่าวัวตัวนั้นซะ” เป็นเรื่องของครอบครัวหนึ่งที่อยู่ได้เพราะมีวัวที่เลี้ยงไว้ 1 ตัว กิจกรรมต่างๆ ของครอบครัวนี้ล้วนเกี่ยวกับวัวทั้งสิ้น เช่น ให้หญ้า รีดนม อาบน้ำ ทำความสะอาดคอก ครอบครัวนี้อยู่กันแบบลำบาก ยากจน และอดๆ อยากๆ วันหนึ่งมีอาจารย์มหาวิทยาลัยมาเยี่ยมที่บ้านตามโครงการไทยช่วยไทย (หรือเปล่า) อาจารย์ได้วิเคราะห์ว่าปัญหาของครอบครัวนี้คือ “วัว” ดังนั้นพอรุ่งเช้าอาจารย์จึงได้แอบไป ฆ่าวัวตัวนั้น แล้วจากไปอย่างเงียบๆ หนึ่งปีผ่านไปอาจารย์ได้แวะไปหาครบครัวนั้นอีก (ท่านอาจคิดว่าอาจารย์อาจถูกยำเละ) ปรากฎว่าครอบครัวนั้นกลับมีฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น ด้วยเป็นเพราะไม่มี “วัว” ให้พึ่งพิง จึงต้องคิดและขวนขวายหาวิธีที่จะเอาชีวิตรอด ทำให้ต้องคิดหาวิธีดำรงชีพแบบอื่นที่นอกเหนือจาก “วัว”
   ก่อนหน้านั้นเมื่อยังมี “วัว” ให้เพิ่งพิง ก็คิดว่าชีวิตนี้คงขาดวัวไม่ได้ แต่เมื่อวัวไม่อยู่แล้ว ทำให้ชีวิตเกิดวามเปลี่ยนแปลง มีความกล้าหรือถูกบังคับให้กล้าที่จะก้าวออกสู่โลกภายนอก ฉีกกฎจากที่เคยเป็น ซึ่งไม่มีใครตอบได้ว่าจะทำให้ดีขึ้นหรือแย่ลง แต่หากเรามีความกล้าที่จะคิด มีความกล้าที่จะทำ และมีศรัทธาว่าเราทำได้ โอกาสที่จะได้รับชัยชนะก็จะอยู่ไม่ไกล การ “ฆ่าวัวตัวนั้นซะ” จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ฉีกหนีความซ้ำซากจำเจ ซึ่งนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าได้ หาก “วัว” ยังอยู่เราก็ไม่กล้าที่จะเดินออกจาก กะลาที่ครอบอยู่ (นิทานเรื่องนี้มีคนมากระซิบบอกว่าอย่าไปเล่าให้คนที่นอนข้างๆ เรา เดี๋ยวเขาคิด (เหมือนเรา) ได้ก็ คงมีใครตายกันไปข้างหนึ่ง … แย่เลย)
   จากเรื่องที่เล่ามาเห็นได้ว่าคนเรานั้นไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง เพราะไม่แน่ใจในผลที่จะเกิดของอนาคต แต่ถ้ามีความมั่นใจในอนาคต การต่อต้านดังกล่าวก็จะลดน้อยลง และเมื่อมั่นใจมากขึ้นก็จะยกระดับเป็นผู้ที่ชื่นชอบและสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างเต็มที่ ดูอย่างคนญี่ปุ่นที่ยังคงเป็นระเบียบเรียบร้อย เข้าแถวรับสิ่งของบริจาค และเลือกเอาเฉพาะสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ ไม่โลภ ไม่มีข่าวของการกักตุน แย่งสิ่งของกัน เป็นเพราะคนเขามีความเชื่อมั่น มีความศรัทธา ว่าเรื่องแบบนี้รัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถบริหารจัดการได้และทำได้อย่างทั่วถึงยุติธรรม ความเชื่อนี้ก็ต้องมาจากประสบการณ์ในอดีตที่เขาเคยได้รับและเคยสัมผัส
   ต่างจากบ้านอื่นที่ได้รับภัยพิบัติที่รุนแรงพอๆ กัน (รวมทั้งบ้านเราด้วย) ก็มีข่าวการแย่งชิงให้เห็นอยู่เนืองๆ เป็นเพราะเขาไม่เคยเชื่อมั่น และศรัทธาในรัฐ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง อันเนื่องมาจากความอยุติธรรมมีให้เห็นอยู่บ่อยๆ แม้ในเวลาที่บ้านเมืองสงบสุข
   ดังนั้นการดำเนินการในทุกด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของโซ่อุปทาน จำเป็นต้องสร้างให้เกิดความเชื่อมั่น และศรัทธา จากสมากชิกทุกคนให้ได้เสียก่อน ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีประสบการณ์ร่วมกันในการทำงานสักระยะหนึ่ง ความศรัทธาจึงเกิดขึ้น แต่ผมมีข้อแม้นะครับว่า จะต้องมีความโปร่งใส ไม่โน้มเอียงหรือปิดกั้น เพราะหากว่าท่านมีอคิตแล้วมันจะทำให้ท่านเกิดแรงดึงดูดมากขึ้น และมีอคิตเพิ่มขึ้น เมื่อมีความเชื่อมั่นและศรัทธา การร่วมมือกันก็สามารถเริ่มได้ง่ายขึ้น และมีประสิทธิภาพดีขึ้น
   ผมเคยนำเสนอความคิดแนวทางการปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่องให้กับผู้จัดการโรงงานแห่งหนึ่ง ระหว่างการบรรยายและซักถาม ก็ทราบได้ทันทีเลยว่าผู้จัดการท่านนี้ไม่เชื่อ และไม่ศรัทธา ในที่ปรึกษา พอพักเบรค ผมก็ไม่เห็นเข้ามาฟังบรรยายอีกเลย สอบถามจากเจ้าของได้ความว่าเขามีอคิต มองว่าการเข้ามาฟังบรรยายมันเสียเวลา และนำไปปฏิบัติได้ยาก ให้ช่วยเปลี่ยนทัศนคติสักหน่อย
   ผมก็จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ ป่าล้อมเมือง คือ ให้ผู้จัดการท่านอื่น กับหัวหน้าระดับรองๆ ลงไป ที่มีทัศนคติที่ดีช่วยกันทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งเจ้าของก็เห็นดีด้วย (ประกอบกับผมต้องทำโครงการให้ผ่านเพราะเป็น KPI ที่ผมถูกบังคับมาจากกระทรวง) หลังจากที่นำเสนอความคิดด้านคลังสินค้า แบบง่ายๆ เช่นการปรับปริมาณการสั่งซื้อแต่ละครั้งให้เหมาะสม ช่วยให้ปัญหาการขาดแคลนสินค้าลดลง คลังสินค้ามีพื้นที่ว่างมากขึ้น ดูแลสินค้าได้ง่ายขึ้น ลดเงินทุนจมเกี่ยวกับสินค้า แล้วให้นำเสนอผลงาน ในที่ประชุม
   ปรากฎว่าได้ผลครับ เห็นได้ชัดว่าทัศนคิตเขาเริ่มเปลี่ยน มีความเชื่อในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องมากขึ้น มีการนำเสนอความคิดที่จะปรับเปลี่ยน ที่สำคัญยอมที่จะพูดคุยกับทีมงานที่ปรึกษามากขึ้น จนผมเชื่อว่าในการประชุมครั้งถัดไปเขาต้องมีหัวข้อที่จะนำเสนออย่างแน่นอน หลังจากที่ปล่อยให้เพื่อนๆ ได้หน้าไปสองครั้งเต็มๆ (ตอนจบจริงๆ เป็นอย่างไร ผมไม่ได้ติดตามต่อ เป็นเพราะว่าผมส่งโครงการกับกระทรวงได้แล้ว…ฮา แต่ผมเชื่อว่าใช้ได้เพราะเจ้าของดูเขามีความสุขที่จะสมัครเข้าร่วมโครงการในปีถัดไป)
   ความยากข้อต่อมาก็คือ การเข้าใจในหน้าที่ของตนเองอย่างพอดี ส่วนมากไม่ขาดก็เกิน สาเหตุมาจากความบกพร่องของการติดต่อสื่อสาร คิดไปเองว่าคู่ค้าเราเข้าใจแล้ว เป็นการดีนะครับที่เราเข้าร้านประจำแล้วพูดว่า “เหมือนเดิม” แล้วได้สิ่งที่ต้องการ แต่มันจะส่งผลเสียหายอย่างมากหากลูกค้าไม่ได้อย่างที่ต้องการ เพราะความเชื่อมั่นและศรัทธาของลูกค้าต่อเราจะหมดไป จึงได้ยินพนักงานทบทวนคำสั่งซื้ออยู่บ่อยๆ ด้วยสำเนียงที่น่าฟัง เพื่อเป็นการเสริมสร้างความศรัทธาให้ลูกค้า
   การปฏิบัติตามหน้าที่ของตนอย่างเคร่งครัด ช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่างองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ความศรัทธาเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน จึงไม่แปลกใจที่จะเห็นธุรกิจเข้าไปสนับสนุนคู่ค้าโดยไม่คำนึงถึงค่าใช้จ่าย หรือกังวลว่าองค์ความรู้จะถูกขโมยไป เพราะองค์กรที่เป็นคู่ค้ากันอย่างแนบแน่น จะมีความมั่นใจและเชื่อใจกันและกัน ทราบดีว่าการช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นหน้าที่ที่ควรทำ ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการสนับสนุนซึ่งกันและกันจะส่งผลถึงประสิทธิภาพของการใช้ต้นทุนอย่างคาดไม่ถึง
   การขจัดความยากของการนำโซ่อุปทานมาใช้ ต้องเตรียมพร้อมกันตั้งแต่ การปรับเปลี่ยนคุณภาพของคน ให้มีความศรัทธา ระหว่างกันทั้งเพื่อนร่วมงานและคู่ค้า โดยการสร้างให้เกิดความเชื่อจำเป็นต้องใช้เวลาเพื่อพิสูจน์ซึ่งกันและกัน คุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างให้เกิดขึ้นจนเป็นนิสัย ไม่ใช่แค่การโรยผักชี หรือเอาใจกันในช่วงฮันนี่มูนเท่านั้น

ที่มา .freightmaxad, 13 ก.ค. 54
http://www.freightmaxad.com/magazine/?p=1825


จำนวนผู้ชม 3668 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ