เสาร์, 25 ต.ค. 2014
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 39 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้569
mod_vvisit_counterเมื่อวาน3270
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้569
mod_vvisit_counterสับดาห์ที่แล้ว21326
mod_vvisit_counterเดือนนี้81166
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว108238
mod_vvisit_counterทั้งหมด5449322

Online (20 minutes ago): 68
Your IP: 54.161.155.142
,
Now: 2014-10-26 06:32
การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction)
User Rating: / 11
แย่ดีที่สุด 
วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2009 เวลา 16:27 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

 

โดย สรวิศ รัตนพิไชย
บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม
สาขาการจัดการโลจิสติกส์ (รุ่น 5) 
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

 

          การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือเรียกว่าการประมูลอิเล็กทรอนิกส์แบบออนไลน์ (e-Auction) เป็นกระบวนการประมูลซื้อขายสินค้าหรือผลิตภัณฑ์โดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้เพื่อจัดการระบบการประมูลอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มขีดความสามารถในการจัดหาและจัดจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์
         ในปัจจุบันนี้การประมูลออนไลน์ (e – Auction) ที่นิยมมี 2 วิธี คือ (Steelcommunity, 2009)
                  1) การประมูลเพื่อซื้อ (Reverse Auction) ผู้ซื้อเป็นผู้เริ่มการประมูลและกำหนดความต้องการให้ผู้ขายเข้ามาเสนอราคาแข่งกัน ผู้ขายที่สามารถเสนอราคาขายได้ต่ำที่สุดเป็นผู้ชนะการประมูล สำหรับภาครัฐมักจะนิยมใช้แบบนี้
                  2) การประมูลเพื่อขาย (Forward Auction) ผู้ขายเป็นผู้เริ่มการประมูลและกำหนดความต้องการให้ผู้ซื้อเข้ามาเสนอราคาแข่งกัน ผู้ซื้อที่สามารถเสนอราคาซื้อได้สูงที่สุดเป็นผู้ชนะการประมูล
          ในการการเปรียบเทียบความแตกต่างของการประมูลแบบดั้งเดิม และการประมูลอิเล็กทรอนิกส์แบบออนไลน์ (e-Auction) รวมถึงประโยชน์ของการประมูลออนไลน์ในมุมมองผู้ขาย สามารถสรุปได้ดังนี้
                  การประมูลแบบดั้งเดิม
                      - เสนอราคาได้เพียงครั้งเดียว (Static Pricing)
                      - โปร่งใสน้อยกว่า
                      - ใช้เวลายาวนานกว่า
                      - ต้องเดินทางมาติดต่อกัน
                      - มีรูปแบบเดียว
                      - จำกัดอยู่แค่ผู้ขายรายเดิม
                  การประมูลแบบออนไลน์
                       - เสนอราคาได้ไม่จำกัดครั้ง (Dynamic Pricing)
                       - โปร่งใสทุกขั้นตอน
                       - ใช้เวลาดำเนินการสั้น
                       - ออนไลน์ได้จากทั่วโลก
                       - ประมูลได้หลายรูปแบบ
                       - เพิ่มโอกาสได้พบผู้ขายรายใหม่ ๆ
            ประโยชน์ของการประมูลอิเล็กทรอนิกส์แบบออนไลน์ (e-Auction)  (มุมมองผู้ขาย)
                  การประมูลเพื่อซื้อ (Reverse Auction)
                       - เพิ่มช่องทางการขายใหม่
                       - ความโปร่งใส และความยุติธรรม
                       - สามารถเสนอราคาได้หลายครั้ง ไม่จำกัดจำนวนผู้ประมูล
                  การประมูลเพื่อขาย (Forward Auction)
                       - เป็นช่องทางการระบายสินค้า
                       - ราคาที่ประมูลได้ ใกล้เคียงกับราคาตลาดจริง

 

การจัดหาพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) ของหน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ


           การจัดหาพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) ของหน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ คือการจัดหาพัสดุตามตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 6 ) ด้วยวิธีการซื้อหรือการจ้างแต่ไม่รวมถึงการจ้างที่ปรึกษา การจ้างออกแบบและควบคุมงานการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษ และวิธีกรณีพิเศษที่สามารถทำได้ตามระเบียบอื่น โดยกำหนดให้      ผู้เสนอราคาได้เสนอราคาแข่งขันกันเองด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายในระยะเวลา และ ณ สถานที่ ที่กำหนดโดยไม่เปิดเผยตัวเลขที่มีการเสนอราคา (Sealed Bid Auction) ซึ่งต่อมา คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2547 วันที่ 6 ธ.ค. 2548 และวันที่ 27 ธ.ค. 2548 เห็นสมควรให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ และให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎ ระเบียบ และแนวทางการปฏิบัติที่เกี่ยวกับการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
           ปัจจุบันการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์นั้น ใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 โดยมีกำหนดให้เริ่มใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2549 เป็นต้นไป ซึ่งให้ใช้ในการจัดหาพัสดุของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐ สำหรับการจัดหาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้อยู่ในอำนาจของกระทรวงมหาดไทย พิจารณาดำเนินการ โดยใช้สำหรับการจัดหาพัสดุที่มีมูลค่าตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจาก กวพ.อ. ให้จัดหาด้วยวิธีอื่นได้ ทั้งนี้ไม่ใช้บังคับการจ้างที่ปรึกษา การจ้างออกแบบ และควบคุมงาน การซื้อ/จ้างโดยวิธีพิเศษ และวิธีกรณีพิเศษ
          ในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์นั้น มีคณะกรรมการตามระเบียบฯ ซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในหน่วยงานจัดซื้อ ดังนี้ (กรมบัญชีกลาง, 2552)
                    1) คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ (กวพ.อ.)
                    2) คณะกรรมการกำหนดร่างขอบเขตของงาน และร่างเอกสารประกวดราคา 
                    3) คณะกรรมการประกวดราคา
           อนึ่งห้ามแต่งตั้งผู้ที่เป็นกรรมการประกวดราคาเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุ แต่กรรมการร่างขอบเขตของงาน และร่างเอกสารประกวดราคา อาจเป็นกรรมการประกวดราคาก็ได้
                    1) คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (กวพ.อ.) มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
                         (1) ตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้
                         (2) พิจารณาอนุมัติยกเว้นหรือผ่อนผันการไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้
                         (3) พิจารณาคำร้องเรียนและอุทธรณ์เกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้
                         (4) พิจารณาอนุมัติการดำเนินการจัดหาพัสดุด้วยวิธีการอื่น
                         (5) กำหนดหลักเกณฑ์และรายละเอียดการปฏิบัติในกระบวนการเสนอราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
                         (6) เสนอแนะการแก้ไขปรับปรุงระเบียบนี้ต่อคณะรัฐมนตรี
                         (7) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการต่าง ๆ ตามระเบียบนี้ หรือตามที่ กวพ.อ. มอบหมายแล้วเสนอ กวพ.อ. พิจารณาเว้นแต่ กวพ.อ. จะมีมติมอบหมายให้ดำเนินการแทน กวพ.อ. ไปได้
                   2) คณะกรรมการกำหนดร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) และร่างเอกสารประกวดราคา มีอำนาจหน้าที่ดังนี้ 
                         (1) จัดทำร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) และร่างเอกสารประกวดราคา รวมถึงร่างประกาศเชิญชวนด้วย
                         (2) รวบรวมคำวิจารณ์ ข้อเสนอแนะ ความเห็นจากสาธารณชนมาพิจารณาปรับปรุงร่างขอบเขตของงาน และร่างเอกสารการประกวดราคา
                         (3) ปรับปรุงร่างขอบเขตของงาน ฯ ให้มีความเหมาะสม
                   3) คณะกรรมการประกวดราคาตามโครงการ (มีไม่เกิน 7 คน) ประกอบด้วย
                         (1) ประธานกรรมการ 1 คน จากบุคลากรในหน่วยงาน
                         (2) กรรมการไม่น้อยกว่า 3 คน และไม่มากกว่า 5 คน ซึ่งอย่างน้อย 1 คนต้องมิได้เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ
                         (3) เจ้าหน้าที่พัสดุในหน่วยงานนั้นเป็นกรรมการและเลขานุการ
                    และมีอำนาจหน้าที่ดังนี้
                         (1) เผยแพร่เอกสารเชิญชวน
                         (2) รับซองข้อเสนอด้านเทคนิค
                         (3) พิจารณาคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้น (ผู้มีสิทธิเสนอราคา)
                         (4) พิจารณารับข้อเสนอราคาของผู้มีสิทธิเสนอราคา หลังจากกระบวนการเสนอราคาสิ้นสุดลง
          ขั้นตอนการจัดหาพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลักคือ
                 1) การเตรียมดำเนินการ
                 2) การยื่นซองข้อเสนอด้านเทคนิค
                 3) การเสนอราคา ซึ่งแจงแจงรายละเอียดในขั้นตอนได้คือ
                        (1) การเตรียมการเสนอราคา
                        (2) วิธีการเสนอราคา
                        (3) การควบคุมการเสนอราคา
                        (4) ผลของการเสนอราคา 
                        (5) การอุทธรณ์ผลการเสนอราคา
          รายละเอียดการดำเนินการในแต่ละขั้นตอนการจัดหาพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ สามารถสรุปได้ดังนี้
                1) การเตรียมการดำเนินการ
                        (1) วางแผนการจัดหา
                        (2) ให้หัวหน้าหน่วยงานแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดร่างขอบเขตของงาน (TOR) และร่างเอกสารประกวดราคา
                        (3) คณะกรรมการ ฯ จัดทำร่างขอบเขตของงาน  (TOR) และร่างเอกสารประกวดราคา นำเสนอร่างขอบเขตของงาน (TOR) ขออนุมัติต่อหัวหน้าหน่วยงาน
                        (4) หัวหน้าหน่วยงานอนุมัติ นำสาระสำคัญที่สามารถเผยแพร่ได้ประกาศทางเว็บไซต์ ของหน่วยงานและกรมบัญชีกลาง เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า  3 วัน เพื่อให้สาธารณชนเสนอแนะ วิจารณ์ หรือให้ความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรหรือทางเว็บไซต์มายังหน่วยงานโดยเปิดเผยตัว
                        (5) คณะกรรมการพิจารณาข้อวิจารณ์/ข้อเสนอแนะว่า สมควรปรับปรุงแก้ไขหรือไม่ หากเห็นสมควรปรับปรุงร่างขอบเขตของงาน (TOR) ให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานเพื่อขอความเห็นชอบ แล้วนำลงประกาศทางเว็บไซต์ของหน่วยงานและกรมบัญชีกลางอีกครั้งเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 วัน   ทั้งนี้ จะประกาศทางสื่อมวลชนอื่นเพิ่มเติม ก็ได้
                        (6) หัวหน้าหน่วยงานที่จะจัดหาพัสดุแจ้งรายชื่อให้กรมบัญชีกลางแต่งตั้งคณะกรรมการประกวดราคา (บก.001-1) และแจ้งชื่อผู้ให้บริการตลาดกลาง ฯ และกำหนดวัน เวลา และสถานที่เสนอราคา (บก.002-1)
                        (7) แต่งตั้งคณะกรรมการประกวดราคา (ตามแบบ บก.001-2 พร้อมคำสั่งแต่งตั้ง ฯ) และคัดเลือกผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ โดยจะแจ้งชื่อผู้ให้บริการตลาดกลาง ฯ และสถานที่จัดประมูล ฯ (ตามแบบ บก.002-2)
                        (8) เจ้าหน้าที่พัสดุทำรายงานขอซื้อขอจ้างเสนอหัวหน้าหน่วยงานให้ความเห็นชอบโดยให้แนบ TOR และเอกสาร ฯ และรายชื่อคณะกรรมการประกวดราคาทกรมบัญชีกลางแต่งตั้ง
                        (9) คณะกรรมการประกวดราคานำสาระสำคัญของเอกสารเชิญชวน เอกสารประกวดราคา และเอกสารเบื้องต้นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่สามารถเผยแพร่ได้ลงประกาศในเว็บไซต์ของหน่วยงานและเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 วัน
                2) การยื่นซองข้อเสนอด้านเทคนิค
                        (1) ผู้ประสงค์จะเสนอราคายื่นซองข้อเสนอด้านเทคนิคต่อคณะกรรมการประกวดราคาในเวลาที่กำหนด ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการประกวดราคากำหนด โดยต้องให้เวลาไม่น้อยกว่า 3 วัน แต่ไม่เกิน 30 วันนับแต่วันสุดท้ายของการจำหน่ายจ่ายแจก
                        (2) คณะกรรมการประกวดราคาคัดเลือกเบื้องต้นเพื่อหาผู้มีสิทธิเสนอราคา โดยพิจารณาว่าต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน ข้อเสนอด้านเทคนิคมีความเหมาะสม  และไม่เป็นผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน หากมีผู้มีสิทธิเข้าเสนอราคาเพียงราคาเดียว ให้หน่วยงานยกเลิกการดำเนินการทั้งหมดแล้วดำเนินการใหม่
                        (3) ผลการพิจารณาจะต้องแจ้งให้ผู้ประสงค์จะเสนอราคาแต่ละรายทราบผลการพิจารณาเฉพาะของตน (ตามแบบ บก.004-1) โดยไม่เปิดเผยรายชื่อต่อสาธารณชน
                        (4) การอุทธรณ์ผลการคัดเลือกเบื้องต้น
                               (4.1) ผู้ยื่นเสนอราคาที่ไม่ผ่านการคัดเลือกเบื้องต้น หากจะคัดค้านผลการพิจารณาให้ อุทธรณ์ต่อหัวหน้าหน่วยงานนั้นภายใน 3 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง (แบบ บก.004.2)
                               (4.2) ให้หัวหน้าหน่วยงานพิจารณาให้เสร็จภายใน 7 วัน
                               (4.3) ในระหว่างการพิจารณาอุทธรณ์ของหัวหน้าหน่วยงานจะดำเนินการขั้นตอนต่อไป ไม่ได้
                               (4.4) กรณีที่หัวหน้าหน่วยงานวินิจฉัยว่าผู้ประสงค์จะเสนอราคาใดควรได้รับการพิจารณา เป็นผู้มีสิทธิเสนอราคา ให้เพิ่มชื่อผู้นั้นในรายชื่อผู้มีสิทธิเสนอราคา
                               (4.5) ถ้าหัวหน้าหน่วยงานพิจารณาไม่เสร็จภายใน 7 วัน ให้ถือว่า อุทธรณ์ฟังขึ้น
                               (4.6) คำวินิจฉัยของหัวหน้าหน่วยงาน ให้เป็นอันถึงที่สุดในชั้นฝ่ายบริหาร
                3) การเสนอราคา
                       (1) การเตรียมการเสนอราคา
                            ให้หน่วยงานแจ้งวัน เวลาและสถานที่แก่ผู้มีสิทธิเสนอราคาทุกรายเพื่อดำเนินกระบวนการเสนอราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (ตามแบบ บก.005) ผู้มีสิทธิเสนอราคาจะต้องมาเสนอราคาตามสถานที่ที่กำหนด และแยกแต่ละรายออกจากกัน โดยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ 1 คนเข้าประจำด้วย  ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิเสนอราคาแต่ละรายสามารถส่งผู้แทนได้รายละไม่เกิน 3 คน และห้ามมีการติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นไม่ว่าด้วยวิธีใด  เมื่อถึงเวลาเริ่มการเสนอราคาแล้ว  ผู้มีสิทธิเสนอราคาจะเปลี่ยน หรือเพิ่ม    ผู้แทนไม่ได้ แต่สามารถถอดถอนผู้แทนบางคนด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งได้
                            เมื่อถึงกำหนดเวลาเริ่มการเสนอราคา
              - ผู้มีสิทธิเสนอราคาไม่ส่งผู้แทนตามที่กำหนด ให้ประธานคณะกรรมการประกวดราคาประกาศเป็นผู้หมดสิทธิเสนอราคา (ตามแบบ บก.007)
                                  - ให้ประธานแจ้งผู้แทนผู้มีสิทธิเสนอราคาทุกรายเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา
                                  - แต่ถ้ามีผู้มีสิทธิเสนอราคาเพียงรายเดียว ให้หน่วยงานยกเลิกการดำเนินการทั้งหมด ทั้งนี้หากมีเหตุสมควรก็ให้ดำเนินการต่อไป
                      (2) วิธีการเสนอราคา
                                  - การเสนอราคาให้ใช้วิธีแบบปิด (Sealed Bid Auction) เท่านั้น
                                  - ช่วงเวลาการแข่งขันเสนอราคา 30-60 นาที (ตรงกับตามแบบ บก.005 ที่นัดหมาย)
                                  - สามารถเสนอราคาได้หลายครั้ง (ไม่มีช่วงราคาของการเสนอในแต่ละครั้ง)
                                  - ในระหว่างการแข่งขันเสนอราคา ไม่มีการรับ - ส่งข้อเสนอราคาทางโทรสาร (FAX)
                            การแสดงผลที่หน้าจอผู้เสนอราคา
                                 - เมื่อถึงเวลาเสนอราคา จะมีข้อความที่หน้าจอของผู้เสนอราคาว่าเริ่มการเสนอราคาแล้ว
                                 - ช่วงเวลา 3 – 5 นาทีสุดท้าย ระบบจะไม่แสดงว่าราคาของผู้ใดมีสถานะใด
                                 - เมื่อสิ้นสุดเวลา หากมีผู้เสนอราคาต่ำสุดเท่ากันหลายรายให้ต่อเวลาไปอีกครั้งละ 3 นาที จนได้ผู้เสนอราคาต่ำสุดเพียงรายเดียว
                       (3)  การควบคุมการเสนอราคา
                                 - คณะกรรมการ ฯ อย่างน้อยกึ่งหนึ่งอยู่ประจำสถานที่ที่กำหนด
                                 - กวพ.อ. อาจกำหนดให้มีการบันทึกภาพและเสียงระหว่างการเสนอราคาก็ได้
                                 - อาจกำหนดให้มีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ให้สาธารณชนทราบก็ได้
                                 - ต้องวางมาตรการเพื่อป้องกันการทุจริตและการสมยอมด้านราคา
                                 - กรณีมีข้อขัดข้องไม่อาจเสนอราคาได้ ให้คณะกรรมการสั่งพักการเสนอราคา เมื่อแก้ไขข้อขัดข้องแล้วให้ดำเนินการต่อภายในเวลาที่เหลืออยู่ก่อนจะสั่งพักการเสนอราคา แต่ต้องแล้วเสร็จภายในวันเดียวกัน แต่หากเห็นว่า ข้อขัดข้องไม่อาจแก้ไขได้ ให้ประธาน ฯ สั่งยกเลิกการเสนอราคาและนัดเสนอราคาใหม่
                       (4) ผลของการเสนอราคา
                                 -  คณะกรรมการประกวดราคาประชุมพิจารณาทันทีที่กระบวนการเสนอราคาสิ้นสุดลง เพื่อมีมติว่า  สมควรรับข้อเสนอของผู้มีสิทธิเสนอราคารายใด  แล้วรายงานให้หัวหน้าหน่วยงานพิจารณาภายในวันทำการถัดไป(ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น 3 วัน และต้องทำรายงานแจ้งหัวหน้าหน่วยงาน)
                                         กรณีที่หัวหน้าหน่วยงานเห็นชอบด้วย ให้คณะกรรมการประกวดราคาแจ้งผลให้ผู้มีสิทธิเสนอราคาทราบทุกราย (ตามแบบ บก.010-1)
                                         กรณีที่หัวหน้าหน่วยงานไม่เห็นชอบด้วย ให้แจ้งเหตุผลให้คณะกรรมการประกวดราคาเพื่อชี้แจงภายใน 3 วัน เมื่อได้รับคำชี้แจงแล้ว
                                 - หากเห็นชอบด้วย ให้แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้มีสิทธิเสนอราคาทุกรายทราบ
                                 - หากไม่เห็นด้วยภายใน 3 วัน ให้สั่งยกเลิกการประกวดราคาแล้วแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้มีสิทธิเสนอราคาทราบทุกราย (ตามแบบ บก.010-2) และรายงาน กวพ.อ.ทราบ
                                 - ให้แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้เสนอราคาทุกรายทราบและประกาศทางเว็บไซต์ของหน่วยงานและกรมบัญชีกลาง อย่างน้อย 3 วัน
                      (5) การอุทธรณ์ผลการเสนอราคา
                            กรณีที่ผู้มีสิทธิเสนอราคาที่เข้าสู่กระบวนการเสนอราคาไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณาของ หัวหน้าหน่วยงาน ให้อุทธรณ์ต่อ กวพ.อ. ภายใน 3 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง (ตามแบบ บก.010-3) กวพ.อ. พิจารณาอุทธรณ์ให้เสร็จภายใน 30 วัน ในระหว่างนี้จะดำเนินการขั้นตอนต่อไปมิได้ และมติ กวพ.อ.ให้เป็นอันถึงที่สุดในชั้นของฝ่ายบริหาร
                                - กรณีที่อุทธรณ์ฟังขึ้น ให้สั่งหน่วยงานที่จะจัดหาพัสดุดำเนินกระบวนการเสนอราคาใหม่ โดยเริ่มจากขั้นตอนใดก็ได้ตามแต่จะมีคำสั่ง
                               - กรณีที่อุทธรณ์ฟังไม่ขึ้น หรือฟังขึ้นแต่ไม่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงผลการพิจารณาที่ได้แจ้งไปแล้ว ให้แจ้งเพื่อดำเนินการตามระเบียบอื่นต่อไป

ทั้งนี้ ขั้นตอนการดำเนินการดังกล่าวข้างต้น อาจมีการประกาศเปลี่ยนแปลง ท่านสามารถตรวจสอบขั้นตอนได้ที่เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง (www.gprocurement.go.th)

 

แหล่งอ้างอิงข้อมูล
      [1] สตีลคอมมิวนิตี้, 2550, E - Auction คือ อะไร [Online], Available: http://www.steelcommunity.com/Webpages/STCM183_EAuctionDesCription.aspx [2009, June 10]
      [2] กรมบัญชีกลาง, 2550, ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2549  [ออนไลน์], Available: http://www.gprocurement.go.th/04_law/particulars49/index.php [10 มิ.ย. 2552]

 

จำนวนผู้ชม 40805 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ