เสาร์, 29 เม.ย. 2017
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 101 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เรียนโลจิสติกส์แบบครบทุกฟังก์ชั่นที่ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
User Rating: / 2
แย่ดีที่สุด 
วันจันทร์ที่ 06 กันยายน 2010 เวลา 21:19 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

โดย มนัญญา อะทาโส

       มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีชูหลักสูตร Master of Science Program in Logistics Management เรียนโลจิสติกส์ครบทุกฟังก์ชั่น ผสมผสานหลักวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีกับการบริหารจัดการ เน้นการทำงานวิจัยที่เกิดประโยชน์จริงกับวงการโลจิสติกส์ซัพพลายเชน ระบุจุดแข็ง “ผลิตผล” ที่จบไปทำงานได้จริง 
       การเรียนด้านโลจิสติกส์ในประเทศไทยปัจจุบันไม่ใช่เพียงแฟชั่นทางการศึกษาแล้ว เห็นได้จากตลาดแรงงานที่เปิดกว้างมากยิ่งขึ้น มีตำแหน่งงานด้านโลจิสติกส์ที่เฉพาะเจาะจง ขณะที่บุคลากรยังขาดแคลนอยู่จำนวนมาก ดังนั้นศาสตร์ด้านนี้จึงยังได้รับความนิยมจากนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง
      มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระเจ้าเกล้าธนบุรี นับเป็นสถาบันการศึกษาอันดับต้นๆ ที่เปิดหลักสูตรด้านโลจิสติกส์ระดับปริญญาโทในประเทศไทย จากจุดแข็งของมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการเรียนการสอน และการวิจัยในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้หลักสูตร Master of Science Program in Logistics Management (LGM) เป็นการผสมผสานระหว่างหลักสูตรการบริหารกับเทคนิคทางด้านวิทยาศาสตร์ เน้นการวิเคราะห์ หลักเหตุผล นำเครื่องมือทางคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วย สอดแทรกในวิชาเรียนซึ่งเป็นการเรียนกิจกรรมโลจิสติกส์อย่างครอบคลุมทุกฟังก์ชั่น ทีมอาจารย์คุณภาพ ผศ. ดร. ธนัญญา วสุศรี รองคณบดีฝ่ายวิชาการ ผศ.ดร. ชุมพล มณฑาทิพย์กุล ประธานหลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์ ดร. สรวิชญ์ เยาว์ยืนยง อาจารย์ประจำหลักสูตรการจัดการด้านโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวถึงหลักสูตร LGM
      สำหรับหลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์ LGM อยู่ภายใต้บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม ปัจจุบันมีทั้งภาคกลางคืน ซึ่งเปิดเป็นรุ่นที่ 9 ผู้เข้าศึกษาส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานและมีงานประจำอยู่แล้ว และภาคกลางวัน สำหรับนักศึกษาจบใหม่ ซึ่งเปิดเป็นรุ่นที่ 2 โดยนักศึกษาทั้ง 2 ภาค เน้นให้ทำงานวิจัยที่เกิดประโยชน์จริง และสามารถประยุกต์ใช้ในการทำงาน
      “เดิมเรามุ่งเน้นการพัฒนานักศึกษาที่เป็น Professional คือทำงานอย่างเดียวแล้วมาเรียน แต่เนื่องจากประเทศไทยยังขาดแคลนบุคลากรด้านโลจิสติกส์อยู่มาก เลยเปิดหลักสูตรภาคกลางวันสำหรับนักศึกษาที่จบปริญญาตรี ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ ปัจจุบันภาคกลางคืนเปิดเป็นรุ่นที่ 9 แล้ว ส่วนภาคกลางวันเป็นรุ่นที่ 2” ผศ. ดร. ธนัญญา กล่าว 
      สำหรับความแตกต่างระหว่างการเรียนการสอนสำหรับภาคกลางวัน และภาคกลางคืนนั้น ดร. สรวิชญ์ อธิบายว่า เนื้อหาการเรียนไม่มีความแตกต่างกัน แต่ต่างกันที่จำนวนหน่วยกิต ซึ่งภาคกลางวันต้องทำวิทยานิพนธ์จำนวน 12 หน่วยกิต ส่วนภาคกลางคืนต้องทำงานค้นคว้าอิสระจำนวน 3 หน่วยกิต
      โดยภาคกลางวัน เน้นนักศึกษาจบใหม่ โดยเฉพาะสายด้านวิทยาศาสตร์ มีคะแนนดี ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ทำงาน โดยมุ่งเน้นให้นักศึกษาทำงานวิจัยที่เกิดประโยชน์จริงภาคกลางคืนเน้นนักศึกษาที่มีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 3 ปี พิจารณาเป็นลำดับแรกสำหรับผู้ที่ทำงานในสายงานด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน สำหรับการค้นคว้าอิสระ นักศึกษานำปัญหาจริงด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนที่พบในอุตสาหกรรมมาแก้ปัญหา ทำให้เกิดประโยชน์และสามารถประยุกต์ใช้กับการทำงานได้จริง
       “ที่เราเน้นตอนนี้คือให้เอาปัญหาจริงมาแก้ ถ้าจบออกไปตอบโจทย์ได้เลยว่าคุณทำได้ มีทักษะในการแก้ปัญหาได้จริง ซึ่งนักศึกษาที่จบไปบางคนเราให้ผู้บริหารระดับสูงเซ็นใบ Certificate ให้ได้เลย เป็นการยืนยันว่า นักศึกษาของเราเรียนแล้วต้องทำงานได้จริง” ผศ.ดร. ชุมพล กล่าว
      ทั้งนี้ นอกจากเน้นเรื่องการทำงานวิจัยที่เกิดประโยชน์จริงแล้วนั้น ผศ.ดร. ชุมพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางมหาวิทยาลัยได้มีการพัฒนาหลักสูตรและการศึกษา โดยมีความร่วมมือกับภาคเอกชน ทั้งเชิญมาเป็นวิทยากรบรรยาย ให้ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมถึงการเข้าไปศึกษาดูงาน นำกรณีศึกษาของภาคเอกชนที่เป็นปัญหาจริงมาศึกษา เพื่อหาแนวทางแก้ไขอีกด้วย

หลักสูตรเข้มข้น-จบไปทำงานได้จริง  
      สำหรับจุดเด่น-จุดแข็งของหลักสูตร LGM นั้น ผศ.ดร. ชุมพล กล่าวว่า “หลักสูตรเราเป็น Science ผนวกกับ Business Logistics เป็นการเรียนด้านโลจิสติกส์ที่มีความครอบคลุมทุกกิจกรรม ซึ่งนอกจากหลักวิชาการที่เข้มข้นแล้ว เรายังเน้นให้มีการทำงานวิจัยที่เป็น practical นำปัญหาจริงมาแก้โจทย์ ทำให้จุดแข็งของเราคือผลิตผลที่จบไปแล้ว สามารถทำงานได้จริง”
      นอกจากจุดเด่น ด้านหลักสูตรแล้ว สิ่งที่นักศึกษาจะได้รับซึ่งถือเป็นจุดเด่นเฉพาะตัวของหลักสูตร LGMมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยสรุปอาทิ การมีเครือข่ายนักศึกษา-สายสัมพันธ์ที่เข้มแข็ง ทำให้มีโอกาสในการชักชวนเป็นเครือข่ายในการทำงาน มีโอกาสในการทำงานสูง
      การวิจัยที่มุ่งเน้นให้นักศึกษานำปัญหาจริงในภาคอุตสาหกรรมมาศึกษา สังเคราะห์ วิเคราะห์ สามารถประยุกต์ใช้กับงานได้จริง เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์จริงในวงการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน    มีการศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเป็นการเปิดมุมมอง-โลกทัศน์ให้กับนักศึกษา
      นอกจากการเรียนที่เข้มข้นแล้ว มหาวิทยาลัยฯ พยายามให้มีการเชื่อมโยงความร่วมมือกับภาคธุรกิจ เพื่อเป็นการพัฒนาหลักสูตรอีกทางหนึ่ง ให้นักศึกษาได้มีโอกาสเข้าไปฝึกงาน นำปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในภาคอุตสาหกรรมมาเป็นหัวข้อในงานวิจัย หรือเชิญภาคเอกชนมาเป็นวิทยากรให้ความรู้ เป็นต้น
      นอกจากนี้ บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรมยังมีเปิดหลักสูตรการจัดการในด้านอื่นๆ อีกถึง 4 หลักสูตรซึ่งทำให้นักศึกษามีโอกาสได้เรียนวิชาอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนอีกมากมายหลายวิชา เช่น การบริหารทรัพยากรมนุษย์ บัญชีและการบริหารการเงิน สถิติ เป็นต้น ซึ่งถือเป็นการเติมเต็มความรู้ที่สำคัญนอกเหนือจากความรู้ด้านโลจิสติกส์
      ต่อประเด็นที่ว่า มีหลายมหาวิทยาลัยที่เปิดการเรียนการสอนด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ผู้สนใจเข้าศึกษาควรเลือกมหาวิทยาลัยใดจึงจะตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างแท้จริง ผศ. ดร. ธนัญญา ได้ให้คำแนะนำว่า เนื่องจากโลจิสติกส์เป็นศาสตร์ที่กว้าง นักศึกษาควรพิจารณาความต้องการของตนเองเป็นหลัก และดูว่าหลักสูตรใดเติมเต็มความต้องการได้มากที่สุด
      หลักๆ ในประเทศไทยปัจจุบันมีหลักสูตรด้านโลจิสติกส์ที่เป็น MBA กับ Management of Science ดังนั้นผู้ที่สนใจต้องพิจารณาถึงความต้องการ รวมถึงหลักสูตรที่จะเติมเต็มในการทำงาน หากเป็นระดับผู้จัดการด้านโลจิสติกส์ที่ต้องควบคุมระบบการบริหารจัดการ Fleet รถขนส่ง บริหารจัดการคลังสินค้าและสินค้าคงคลัง การเรียนด้าน Master of Science เป็นคำตอบที่น่าสนใจ
      สำหรับตลาดแรงงานด้านโลจิสติกส์ปัจจุบันยังเปิดกว้างอยู่มาก เนื่องจากประเทศไทยยังขาดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์อย่างแท้จริง ทั้งในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ภาคการผลิต ภาคบริการ ซึ่งศาสตร์ด้านโลจิสติกส์สามารถสอดแทรกเข้าไปในทุกอุตสาหกรรม
      ผู้ที่สนใจเข้าศึกษาด้านการจัดการโลจิสติกส์ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ 0 2470 9799 www.kmutt.ac.th/gmi/php2/th/program_lgm_rational.php โดยเปิดรับสมัครนักศึกษาปีละ 1 รอบ ภาคกลางคืนรับประมาณ 40 คนต่อรุ่น และภาคกลางวันรับประมาณ 20 คนต่อรุ่น ทั้งนี้ เนื่องจากมหาวิทยาลัยฯ ต้องการเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพไปพัฒนาด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนของประเทศอย่างแท้จริง


ที่มา www.freightmaxad.com 3 ส.ค. 53


จำนวนผู้ชม 15403 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ