ศุกร์, 31 ต.ค. 2014
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 72 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้2993
mod_vvisit_counterเมื่อวาน4111
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้22947
mod_vvisit_counterสับดาห์ที่แล้ว21326
mod_vvisit_counterเดือนนี้103544
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว108238
mod_vvisit_counterทั้งหมด5471700

Online (20 minutes ago): 155
Your IP: 54.166.111.111
,
Now: 2014-10-31 20:25
การป้องกันสินค้าในรถบรรทุกเสียหายและสูญหายในระหว่างขนส่งสินค้าด้วยระบบ Milk Run
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
วันจันทร์ที่ 26 กรกฏาคม 2010 เวลา 08:49 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

โดย ภัคนาท ศรีมหาทรัพย์
บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

     ในปัจจุบัน คุณภาพของสินค้ามิใช่เพียงปัจจัยเดียวที่จะใช้ในการแข่งขันทางธุรกิจอีกต่อไป เพราะจะต้องควบคู่ไปกับการส่งมอบสินค้าที่รวดเร็วเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าให้ทันเวลา ในขณะเดียวกันก็ต้องพยายามทาให้ต้นทุนรวมของสินค้ามีค่าน้อยที่สุด เพื่อผลกาไรในการประกอบธุรกิจที่มากที่สุดเช่นกัน โดยต้นทุนของสินค้าที่เกิดขึ้นนั้นส่วนหนึ่งมาจากการขนส่งและการจัดเก็บ ดูแลสินค้าคงคลัง เพราะฉะนั้นในปัจจุบันการผลิตแบบทันเวลาพอดี หรือ Just In Time (JIT) จึงเข้ามามีบทบาทมาก เพราะแนวคิดของ JIT นั้นคือการผลิตสินค้าที่ต้องการ ในปริมาณที่ต้องการ และในเวลาที่ต้องการ ซึ่งจะทาให้เกิดสินค้าคงคลังในปริมาณที่น้อยที่สุด และส่งผลทาให้ต้นทุนในการจัดเก็บ ดูแลสินค้าคงคลังลดลงด้วย แต่การที่จะสามารถผลิตตามแนวคิดของ JIT ได้นั้น จาเป็นจะต้องอาศัยความร่วมมือกันของผู้เล่นแต่ละคนในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ไม่ว่าจะเป็นผู้ส่งมอบ (Supplier) ผู้ผลิต (Manufacturer) และลูกค้า (Customer) โดยใช้ระบบการขนส่งสินค้าที่มีประสิทธิผล (Effective) และประสิทธิภาพ (Efficiency) ในการส่งมอบสินค้าไปยังผู้เล่นคนถัดไปในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งระบบดังกล่าวคือระบบการขนส่งแบบ Milk Run นั่นเอง
     ระบบการขนส่งแบบ Milk Run คือ การที่ผู้ผลิตนารถออกไปรับสินค้าจากผู้ส่งมอบมากกว่าหนึ่งรายในหนึ่งรอบของการขนส่ง แทนที่จะให้ผู้ส่งมอบทุกรายนาสินค้ามาส่งที่โรงงานผู้ผลิต เพื่อประหยัดต้นทุนในการขนส่งและยังสามารถควบคุมให้มีการรับสินค้าที่ต้องการ (Right Product), ในปริมาณที่ต้องการ (Right Quantity) และในเวลาที่ต้องการ (Right Time) เพื่อลดต้นทุนในการจัดเก็บ ดูแลสินค้าคงคลัง และสามารถลดระยะเวลานา (Lead Time, L/T) ระหว่างผู้ส่งมอบกับผู้ผลิตลงได้อีกด้วย


รูปที่ 1 ปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ด้วยระบบการขนส่งแบบ Milk Run

     ในขณะที่ทาการขนส่งเราต้องรักษาคุณภาพของสินค้าไม่ให้เกิดความเสียหายและรักษาจานวนของสินค้าไม่ให้เกิดการสูญหายควบคู่ไปด้วย เพราะเมื่อระยะเวลานาระหว่างผู้ส่งมอบกับผู้ผลิตสั้นลง หากสินค้าเกิดความเสียหายหรือเกิดการสูญหายอาจจะส่งผลกระทบต่อการผลิตได้ ทาให้ไม่สามารถผลิตได้ตามแผนที่วางไว้ เป็นเหตุให้ไม่สามารถส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าได้ตรงตามเวลาที่นัดหมาย และส่งผลกระทบต่อระดับความพึงพอใจรวมถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อบริษัทในที่สุด
      การป้องกันไม่ให้สินค้าเกิดความเสียหายและการสูญหายนั้นในระหว่างการขนส่งนั้นมีหลายระดับ ดังต่อไปนี้
         1. การป้องกันโดยตรงที่ตัวสินค้า เช่น การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สามารถป้องกันการกระแทกจากปัจจัยภายนอก เป็นต้น
         2. การป้องกันที่บรรจุภัณฑ์ของสินค้า เช่น การใช้กล่องกระดาษขนาดใหญ่ซึ่งซ้อนด้วย Pallet ในการบรรจุสินค้าที่ใช้การเคลื่อนย้ายด้วยรถ Forklift เป็นต้น


รูปที่ 2 ระดับในการป้องกันความเสียหายและการสูญหายในระหว่างการขนส่ง

     ในที่นี้ขอยกตัวอย่างการป้องกันความเสียหายและการสูญหายสาหรับการขนส่งชิ้นส่วนด้วยระบบการขนส่งแบบ Milk Run ในอุตสาหกรรมผลิตรถจักรยานยนต์ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
     การป้องกันความเสียหายของสินค้าในระหว่างการขนส่ง
         1. การป้องกันความเสียหายโดยตรงที่ตัวสินค้า
             1.1 สาเหตุที่ทาให้สินค้าเกิดความเสียหาย
                    การป้องกันความเสียหายโดยตรงที่ตัวสินค้าให้เกิดประสิทธิผลนั้นควรจะเริ่มต้นจากการพิจารณาถึงสาเหตุที่ทาให้สินค้าเกิดความเสียหายก่อน โดยสาเหตุที่ทาให้สินค้าเกิดความเสียหายซึ่งพบบ่อย ได้แก่
                         - ได้รับการกระแทกจากชิ้นส่วนที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์เดียวกันและจากปัจจัยภายนอก จนทาให้ชิ้นส่วนเกิดรอยตาหนิหรือเสียรูป
                         - มีปริมาณฝุ่นเกาะที่ชิ้นส่วนซึ่งใช้ประกอบอยู่ภายในเครื่องยนต์เกินกว่าปริมาณที่กาหนด (5 ไมครอน/ชิ้น) ซึ่งทาให้ชิ้นส่วนนั้นไม่ผ่านการตรวจสอบทางคุณภาพและไม่สามารถนาไปผลิตได้ในทันที จะต้องนาชิ้นส่วนไปทาความสะอาดก่อน
                         - ชิ้นส่วนเป็นสนิมซึ่งเกิดจากวัสดุที่ผลิตชิ้นส่วนนั้นทาปฏิกิริยากับความชื้นในอากาศ
             1.2 วิธีป้องกันความเสียหาย
                    วิธีการป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับชิ้นส่วนโดยตรงนั้นทาได้โดยการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสภาพของชิ้นส่วนแต่ละประเภท ซึ่งบรรจุภัณฑ์จะต้องสามารถรักษาสภาพของชิ้นส่วนให้คงเดิมในระหว่างการขนส่งจากผู้ส่งมอบมายังผู้ผลิต โดยสามารถสรุปวิธีป้องกันความเสียหายที่แบ่งตามลักษณะของความเสียหาย ได้ดังตารางต่อไปนี้

         2. การป้องกันความเสียหายที่บรรจุภัณฑ์ของสินค้า
             2.1 สาเหตุที่ทาให้บรรจุภัณฑ์ของสินค้าเกิดความเสียหาย
                    สาเหตุที่ทาให้บรรจุภัณฑ์ของสินค้าเกิดความเสียหายในระหว่างการขนส่งจากผู้ส่งมอบมายังผู้ผลิตซึ่งพบบ่อย ได้แก่
                        - บรรจุภัณฑ์ที่ทาจากกระดาษโดนน้าที่อยู่บนพื้นรถ
                       - บรรจุภัณฑ์ได้รับการกระแทกจากการตกหล่น
                       - บรรจุภัณฑ์ที่อยู่ด้านล่างถูกกดทับจากบรรจุภัณฑ์ที่อยู่ด้านบนซึ่งมีน้าหนักมากกว่า

             2.2 วิธีป้องกันความเสียหาย
                    วิธีการป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับบรรจุภัณฑ์นั้นทาได้โดยการใช้อุปกรณ์ที่ช่วยในการเคลื่อนย้ายให้เหมาะสมกับบรรจุภัณฑ์แต่ละประเภท ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวจะต้องสามารถรักษาสภาพของบรรจุภัณฑ์ให้คงเดิมในระหว่างการขนส่งจากผู้ส่งมอบมายังผู้ผลิต โดยสามารถสรุปวิธีป้องกันความเสียหายที่แบ่งตามลักษณะของความเสียหาย ได้ดังตารางต่อไปนี้

 

     การป้องกันสินค้าสูญหายในระหว่างการขนส่ง
     สาเหตุส่วนใหญ่ที่สินค้าสูญหายในระหว่างการขนส่งจะมาจากการถูกขโมย ซึ่งผู้ที่ขโมยอาจจะเป็นพนักงานขับรถหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องในขั้นตอนการขนส่งสินค้า เพราะฉะนั้นเพื่อให้ผู้ส่งมอบและผู้ผลิตเกิดความมั่นใจว่าสินค้าจะไม่เกิดการสูญหายในระหว่างการขนส่ง จึงได้มีการนาเอา Security Seal มาใช้ในการล็อคประตูรถทุกบานที่ใช้ในการขนส่งสินค้า และที่ Security Seal จะมีหมายเลขซึ่งจะถูกเปลี่ยนไปตามรอบการขนส่งโดยที่ไม่ซ้ากัน โดยมีขั้นตอนในการปฏิบัติงานดังต่อไปนี้


รูปที่ 3 แสดงขั้นตอนการปฏิบัติงานเพื่อป้องกันสินค้าสูญหายในระหว่างการขนส่งด้วย Security Seal

     นอกจากนี้ยังได้มีการนาเทคโนโลยี เช่น ระบบกาหนดตาแหน่งบนโลกหรือจีพีเอส (Global Positioning System, GPS) ในการติดตามและตรวจสอบสถานะของรถบรรทุกที่ใช้ในการขนส่งสินค้าอีกด้วย
     โดยที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นเพียงตัวอย่างในกรณีศึกษาอุตสาหกรรมผลิตรถจักรยานยนต์เท่านั้น ทั้งนี้ การเลือกใช้วิธีใดในการป้องกันสินค้าจากความเสียหายและการสูญหายนั้นควรเลือกให้เหมาะสมกับสินค้าแต่ละประเภท ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละประเภทของอุตสาหกรรม รวมทั้งทาข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้ส่งมอบและผู้ผลิตในเรื่องของวิธีการปฏิบัติงาน ค่าชดเชยความเสียหายในกรณีที่สินค้าเกิดความเสียหายหรือสูญหาย เพื่อให้การป้องกันนั้นเกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งเกิดความร่วมมือและความเข้าใจอันดีระหว่างผู้ส่งมอบและผู้ผลิตด้วย

บรรณานุกรม

- Just In Time. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.bus.tu.ac.th/usr/sboonitt/im203/JIT%20Production%20Systems.doc (วันที่ค้นข้อมูล : 23 กรกฎาคม 2552)
- Milk Run. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www2.technicchan.ac.th/~logistic/News_Botfarm_4.htm (วันที่ค้นข้อมูล : 23 กรกฎาคม 2552)

เอกสารเผยแพร่โดย www.logisticscorner.com


จำนวนผู้ชม 19555 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ