พฤหัสบดี, 02 ต.ค. 2014
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 79 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้1702
mod_vvisit_counterเมื่อวาน3794
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้16703
mod_vvisit_counterสับดาห์ที่แล้ว25242
mod_vvisit_counterเดือนนี้5496
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว108238
mod_vvisit_counterทั้งหมด5373652

Online (20 minutes ago): 192
Your IP: 54.205.106.111
,
Now: 2014-10-02 13:23
แนวทางในการพัฒนาระบบการขนส่งสินค้าทางอากาศของประเทศไทย
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน 2010 เวลา 16:13 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

โดยฐิติมา ศิริพันธุ์
สาขาการจัดการโลจิสติกส์
บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

     จากกระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมในโลกปัจจุบันก่อให้เกิดการแข่งขันกันในด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาประเทศของตนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจ อีกทั้งการก้าวเข้าสู่ยุคโลกาภิวัฒน์ย่อมทำให้เกิดความต้องการที่หลากหลาย และซับซ้อนมากขึ้น การขนส่งจึงมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจของไทยให้เท่าทันอารยะประเทศ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่สร้างการตอบสนองให้สินค้านั้น สามารถเข้าถึงผู้บริโภคในพื้นที่ต่างๆได้ แต่การขนส่งสินค้ายังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้กับเศรษฐกิจการค้าได้อีกด้วย ปัจจัยที่มีผลทำให้ต้องเร่งการพัฒนาการขนส่งสินค้าให้เจริญก้าวหน้า ได้แก่ แนวโน้มทางเศรษฐกิจและการค้าโลกที่แข่งขันกันอย่างรุนแรง และการพยายามฟันฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจที่ถดถอยอย่างในปัจจุบัน และเนื่องจากทิศทางการแข่งขันทางการค้าแบบโลกาภิวัฒน์ที่มุ่งเน้นความรวดเร็วความยืดหยุ่นในการส่งมอบสินค้า และบริการที่กำลังกลายเป็นข้อได้เปรียบทางการค้าในอนาคต การคำนึงถึงต้นทุน และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่จะสร้างข้อได้เปรียบที่มากขึ้น ซึ่งเห็นได้ว่าการคมนาคมขนส่งนับเป็นกลไกอันสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
     ถึงแม้ว่าในขณะนี้ทุกประเทศทั่วโลกกำลังประสบกับปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจถดถอย การขนส่งสินค้าทางอากาศเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน จากการคาดการณ์ของ International Air Transport Association (IATA) ระบุว่าตัวเลขการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Cargo) ติดลบ 5% และในอีก 3 ปีข้างหน้า (ปี 2555) จะติดลบถึง 10% อย่างไรก็ตาม ทุกส่วนจำเป็นต้องปรับปรุงธุรกิจเพื่อความอยู่รอด โดยพลิกผันไปสู่การเป็นผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์มากขึ้น ดังนั้นประเทศไทยจำเป็นต้องพยายามเร่งพัฒนาการขนส่งสินค้าทางอากาศเพื่อเเป็นการสร้างโอกาสที่สามารถดำรงอยู่ได้ ในท่ามกลางวิกฤติดังกล่าว และจากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลกนี้ ประเทศไทยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างยุทธวิธีเพื่อตอบสนองความต้องการในการค้ายุคใหม่ เพื่อสามารถสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศ การขนส่งสินค้าทางอากาศของประเทศไทยจึงได้มีการพัฒนา จากแนวทางของแผนยุทธศาสตร์กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2548-2552 ในภาพรวมทางด้านการขนส่งรัฐบาลได้ระบุถึงการพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางในการคมนาคมขนส่ง เพื่อมุ่งหวังให้ประเทศไทยเกิดข้อได้เปรียบในลักษณะเฉพาะตัวทางด้านภูมิศาสตร์ ส่วนยุทธศาสตร์การขนส่งสินค้าทางอากาศนั้นมี 3 ยุทธศาสตร์หลัก คือ
         1. Global Destination Network โดยขยายเครือข่ายเส้นทางบินครอบคลุมทั่วโลก เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของสินค้าของกลุ่มประเทศในแถบลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) และเอเชียใต้


(รูปที่1 การเชื่อมโยงของเครือข่ายเส้นทางการบิน และการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์)
ที่มา : http://www.nationmultimedia.com/specials/suvarnabhumi/ppt.htm

        2. พัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติให้เป็นประตูระดับโลก โดยพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิให้เป็นประตูสู่ประเทศต่างๆ ในโลก พร้อมทั้งพัฒนาสนามบินเชียงใหม่และภูเก็ตเป็นประตูสู่ภูมิภาค
        3. เป็นศูนย์กลางของโลจิสติกส์ของโลกด้านอาหาร ผัก ผลไม้สด ดอกไม้ แฟชั่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อะไหล่รถยนต์ และเครื่องประดับ
     จากยุทธศาสตร์ข้างต้นเห็นได้ว่าแผนการพัฒนาการขนส่งทางอากาศของประเทศไทยจะมุ่งเน้นไปที่การเปิดเสรีทางการค้าโดยการเปิดน่านฟ้าเสรี และนำความพร้อมในศักยภาพของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทางด้านภูมิศาสตร์ที่สามารถเชื่อมโยงระบบการขนส่งในประเทศ และระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมาสนับสนุนการพัฒนาการขนส่งของประเทศ เนื่องด้วยความสามารถในการรองรับความถี่ของเที่ยวบินได้อย่างเพียงพอของระวางสินค้าในอนาคต อีกทั้งมีการเปิดเขตปลอดพิธีการศุลกากร (Free Zone) ที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง การใช้เครื่องมือ และเทคโนโลยีอันทันสมัยในการจัดการ เช่นเครื่องมือการรักษาความปลอดภัย เครื่องมือเอ็กซเรย์สินค้าเข้า-ออก และเทคโนโลยีในการจัดการสินค้าใน

 


(รูปที่ 2 เขตปลอดพิธีการศุลกากร (Free Zone) ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)

บริเวณคลังสินค้า ทางด้านผู้ประกอบการขนส่งเองก็มีแนวโน้มในการให้ความร่วมมืออีกเช่นกัน เช่น การเปิดสายการบินใหม่ เพื่อให้บริการทางด้านขนส่งสินค้าโดยเฉพาะ (Freighter) โครงการขยายการให้บริการระวางสินค้าไปยังเมืองสำคัญๆ ทั่วโลก โครงการเครื่องบินบรรทุกสินค้าเช่าเหมาลำ (Freighter Charter Flight) โครงการจัดให้มีเครื่องบินขนส่งสินค้า (Freighter) โครงการจัดตั้งศูนย์กลางกระจายสินค้าการเกษตรของเอเชียเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ส่งออก เนื่องด้วยสินค้าประเภทเกษตรกรรมมีอัตราส่วนที่ค่อนข้างสูงในการพึ่งพิงการขนส่งสินค้าทางอากาศ และโครงการจัดตั้ง Express Logistics Center ทั้งนี้ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่จะทำให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการพัฒนาการขนส่งสินค้าทางอากาศ
     อย่างไรก็ตามในการพัฒนาระบบการขนส่งทางอากาศของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลได้นั้น แม้ว่าแผนการกลยุทธ์ที่วางเอาไว้จะดีสักเพียงใด แต่ในทางปฏิบัติยังคงมีข้อจำกัด ดังนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพิจารณาถึงปัญหาอุปสรรคในการพัฒนาอีกด้วย อาทิ การขาดความสามารถในการพัฒนาระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งซึ่งจะส่งผลในการลดต้นทุนระยะยาว และความสามารถในการยกระดับการให้บริการที่เน้นความรวดเร็ว และแม่นยำ ปัญหาในด้านของประสิทธิภาพของระบบโลจิสติกส์ที่ควรพิจารณาก็คือ
          ประการแรก คือความล่าช้าในกระบวนการขนส่ง เนื่องจากผู้ขนส่ง หรือตัวแทนขนส่งยังต้องรายงานผ่านกรมศุลกากร แต่ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของท่าอากาศยาน ท่าเรือ กรมศุลกากร และส่วนของผู้ปฎิบัติการยังไม่พัฒนาในเชิงปฏิบัติ ทำให้ขาดการบูรณาการระหว่างกัน อีกทั้งกฏระเบียบ และข้อปฏิบัติที่ขาดความยืดหยุ่นส่งผลให้เกิดความล่าช้า ซึ่งเวลาที่รวดเร็วถือเป็นปัจจัยหลักที่เป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขัน
          ประการที่สอง ต้นทุนทางโลจิสติกส์ที่สูงขึ้นจากเดิม เป็นเหตุทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากเดิม ซึ่งในส่วนนี้ผู้ประกอบการ และผู้นำเข้า ส่งออกต้องแบกภาระในส่วนนี้
          ประการที่สาม คือการที่ต้องแบกรับต้นทุนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ของผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางเรือสู่อากาศ ขณะที่ประเทศอื่นๆ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายสูงกว่าในกิจกรรมการขนส่ง เหตุนี้เองที่ทำให้ความน่าสนใจในการขนส่งสินค้าผ่านประเทศไทยลดต่ำลงจากข้อมูลเบื้องต้นนี้แล้วเห็นได้ว่า การพัฒนาการขนส่งสินค้าทางอากาศของประเทศให้ได้ผลได้นั้นไม่ไกลเกินความสามารถ หากแต่ว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคำนึงถึงการแก้ปัญหาในทางซัพพลายโลจิสติกส์ด้วย มิเช่นนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นจะส่งผลกระทบกลับมาเป็นอุปสรรคในการพัฒนาอย่างแน่นอน

บรรณานุกรม
     [1] http://www.logisticsclinic.com/web/content/view/681/120/1/4/ “การขนส่งสินค้าทางอากาศ”
     [2] มนัญญา อะทาโส.(มกราคม 2552). “ฟรีโซน ท่าอากาศสุวรรณภูมิ ชิงเค้กสินค้าขนถ่ายลำทะยานสู่ฮับเอเซีย” Logistics Digest, http://www.freezonethaiairport.com
     [3] เสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ.2551 สัมภาษณ์โดย ITL. “ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยกระดับพัฒนาสู่ Airport Logistics”วารสาร Logistics Thailand กรกฎาคม 2551: หน้า 81-87
     [4] ชนิญญา สันสมภาค.14 เมษายน 2552. "โลจิสติกส์"...ฝันร้ายที่เป็นจริง สู่ยุคร่วมธุรกิจ-พันธมิตร. จาก http://www.bangkokbiznews.com
     [5] http://www.nationmultimedia.com/specials/suvarnabhumi/ppt.htm สุวิทย์ รัตนจินดา นายกสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ .กลยุทธ์ใหม่ในการพัฒนาระบบขนส่งสินค้า และโลจิสติกส์ สำหรับสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ
     [6] http://www.news.mot.go.th/motc/portal/graph/index_otp2.html. แผนยุทธศาสตร์กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2548 - 2552.
     [7] http://www.sme.go.th/cms/c/journal_articles/view_article_content?article_id=0 4 -ARTICLE140108&article_version=1.0 นายชัยพร ชยานุรักษ์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สสว.การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ (ด้านการขนส่ง) ของประเทศไทย


เอกสารเผยแพร่โดย www.logisticscorner.com


จำนวนผู้ชม 7540 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ