พุธ, 26 พ.ย. 2014
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 37 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้640
mod_vvisit_counterเมื่อวาน4683
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้14186
mod_vvisit_counterสับดาห์ที่แล้ว31400
mod_vvisit_counterเดือนนี้106266
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว100330
mod_vvisit_counterทั้งหมด5578546

Online (20 minutes ago): 68
Your IP: 54.242.241.20
,
Now: 2014-11-26 07:07
การวิเคราะห์ต้นทุนและการลดต้นทุนโลจิสติกส์ในคลังสินค้า กรณีศึกษา:บริษัทกาวอุตสาหกรรม
User Rating: / 6
แย่ดีที่สุด 
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2010 เวลา 22:41 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

โดย นางสาวชาคริยา  ธาระรูป
บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม  สาขาการจัดการโลจิสติกส์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

      การบริหารต้นทุนที่ดีถือเป็นปัจจัยที่สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรที่มีลักษณะเป็นอุตสาหกรรมการผลิตที่มีคู่แข่งขันเป็นจำนวนมากอย่างอุตสาหกรรมกาว  อีกทั้งมีผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ พร้อมจะเข้ามาแข่งขันในอุตสาหกรรมตลอดเวลา  การสร้างมูลค่าเพิ่มจากสิ่งที่มีอยู่โดยไม่ต้องลงทุนในทรัพยากรเพิ่มเติม  ถือเป็นแนวทางในการพัฒนาประสิทธิภาพในการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น
      จากการวิเคราะห์ต้นทุนรายกิจกรรมที่เกิดขึ้นขององค์กรในการนำทฤษฎีต้นทุนฐานกิจกรรมมาใช้ โครงการวิจัยนี้ยังจะนำมาต่อยอดและนำผลลัพธ์ที่ได้   มาหาแนวทางลดต้นทุนจากกิจกรรมโลจิสติกส์ที่เกิดขึ้น  โดยนำวิธีการจัดเส้นทางการหยิบสินค้า (Routing Order Picker) มาประยุกต์ใช้ในการหาวิธีที่จะหยิบสินค้าให้ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในต้นทุนที่เหมาะสมที่สุด
      การกำหนดต้นทุนโลจิสติกส์มีจุดเริ่มต้นจากการนำแนวคิดด้านการตลาดที่กล่าวว่า “ความสำเร็จขององค์กรขึ้นอยู่กับการประเมินความจำเป็น  และความต้องการของตลาดเป้าหมาย  รวมทั้งส่งมอบความพึงพอใจเหล่านั้นอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่เหนือคู่แข่ง” (Lambert และ Ellram, 1998)  มาใช้กับหลายองค์กร จนทำให้องค์กรเหล่านั้น สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างโดดเด่น ซึ่งการตอบสนองที่เกิดขึ้นดังกล่าวก่อให้เกิดความหลากหลายโดยขึ้นอยู่กับลักษณะของผลิตภัณฑ์และการบริการ  ส่งผลให้ต้นทุนในการตอบสนองลูกค้า (Cost to Serve) แตกต่างกันไปด้วย  

ส่วนประกอบของต้นทุนโลจิสติกส์
      ต้นทุนทางด้านโลจิสติกส์สามารถแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 4 ประเภท ดังนี้
         1) ต้นทุนการขนส่ง (Transportation Cost) ต้นทุนที่เกิดจากกิจกรรมการขนส่งและบริการซึ่งต้นทุนเหล่านี้ยังผันแปรไปตามปริมาณการขนส่ง น้ำหนัก ระยะทาง จุดหมายปลายทาง รวมไปถึงวิธีการขนส่งที่ก่อให้เกิดต้นทุนที่แตกต่างกัน
         2) ต้นทุนคลังสินค้า (Warehousing Costs)  ต้นทุนที่เกิดจากกิจกรรมภายในคลังสินค้าและการจัดเก็บสินค้า การถ่ายโอนข้อมูลในคลังสินค้า  การเลือกสถานที่ตั้ง  เช่น  โรงงาน  คลังสินค้า  ซึ่งจะแปรผันไปตามชนิดและปริมาณของสินค้า
         3) ต้นทุนในการเก็บรักษาสินค้าคงคลัง (Inventory Carrying  Cost)  ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรักษาสินค้าคงคลัง  ซึ่งจะผันแปรไปกับปริมาณของสินค้าคงคลังและทำให้เกิดต้นทุนด้านต่าง ๆ อีก  เช่น  ต้นทุนเงินทุน (Capital  Cost) และต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity  Cost) ต้นทุนในการดูแลสินค้าได้แก่ ค่าประกันภัย และภาษี ต้นทุนพื้นที่การจัดเก็บสินค้า ได้แก่ ต้นทุนด้านสถานที่ซึ่งสัมพันธ์กับปริมาณของสินค้า ต้นทุนความเสี่ยงในการจัดเก็บสินค้า ได้แก่ ความล้าสมัย การลักขโมย
         4) ต้นทุนการบริหาร (Administration Cost)  เกิดจากกิจกรรมหลัก 3 ประเภท คือ
              (1) ระดับการให้บริการ (Customer Service Level)  เป็นเงินที่จ่ายไปเพื่อสนับสนุนการบริการลูกค้า  เช่น  ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำให้คำสั่งซื้อสมบูรณ์
              (2) ต้นทุนกระบวนการสั่งซื้อและระบบสารสนเทศ (Order Processing and Information Costs)  ได้แก่  ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสั่งซื้อ  การกระจายการติดต่อสื่อสาร  และการพยากรณ์อุปสงค์
              (3) ต้นทุนปริมาณ (Lot Quantity Cost) ซึ่งโดยหลักการแล้วจะขึ้นอยู่กับปริมาณสินค้าที่จัดซื้อจัดหาและผลิต
     จากการดำเนินการเพื่อการตอบสนองลูกค้าที่มีความต้องการแตกต่างกัน หลาย ๆ องค์กรจึงเริ่มเปลี่ยนทิศทางการบริหาร โดยมีการวิจัยทางการตลาดเพื่อศึกษาเรื่องปัจจัยที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า เพื่อนำมาออกแบบสินค้าและบริการที่สามารถตอบสนองลูกค้าได้ตรงตามความต้องการมากขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ดังนั้นเมื่อระดับของลูกค้ามีความแตกต่างกัน  ความสำคัญของลูกค้าแต่ละรายย่อมมีความแตกต่างกันไปด้วย องค์กรจะต้องให้ความสำคัญกับลูกค้าที่มีค่ากับองค์กรให้มากที่สุด และให้ความสำคัญกับลูกค้าที่มีค่ากับองค์กรในระดับที่ลดหลั่นกันไป
     สำหรับองค์กรแล้ว การนำแนวคิดเรื่องโลจิสติกส์มาใช้ก็เพื่อต้องการลดต้นทุนที่เกิดขึ้นรวมทั้งสามารถสร้างสมดุลของต้นทุนกิจกรรมโลจิสติกส์ให้ได้   
     การบัญชีต้นทุนฐานกิจกรรม (Activity-Based Costing : ABC)  เป็นแนวคิดของระบบการบริหารต้นทุนที่เกิดขึ้นระหว่างปี1988-1990 โดย Robin  Cooper, Robert  Kaplan และ H. Thomas Johnson  ซึ่งเป็นกลุ่มนักวิจัยจาก Harvard Business School  ซึ่งถือว่าเป็นแนวคิดของระบบการบริหารต้นทุนแบบใหม่ซึ่งมีจุดมุ่งหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนหันมาให้ความสนใจกับการบริหารกิจกรรมและต้นทุนที่เกี่ยวข้อง  โดยการแบ่งกิจกรรมต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ออกมา  ซึ่งกิจกรรมต่าง ๆ นั้นเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดต้นทุนที่แท้จริง   กิจกรรม  คือ  การกระทำที่เปลี่ยนทรัพยากรขององค์กร  เช่น  วัตถุดิบ  แรงงาน และเทคโนโลยีต่าง ๆ ออกมาเป็นผลผลิตได้ (อนุรักษ์ ทองสุโขวงศ์, 2005)

การดำเนินการหยิบสินค้าในคลังสินค้าตามคำสั่งซื้อ (Order Picking Operations)
     การหยิบสินค้าตามใบสั่งซื้อ (Order Picking)  คือ  การนำสินค้าออกจากที่เก็บเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า  โดยมีการเลือกและหยิบสินค้าในจำนวนที่ต้องการจากที่เก็บสินค้า   และจัดทำเอกสารตามที่จำเป็น  โดยวิธีการหยิบสินค้าจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการจัดวางสินค้า  เช่น  หยิบแบบคลื่น (Wave Picking), หยิบเป็นชุด (Batch Picking), หยิบเป็นชิ้น (Piece Picking) เป็นต้น
     การแบ่งพื้นที่เพื่อเก็บสินค้านั้น  ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกและปลอดภัยในการเก็บสินค้า  ดังนั้นการหยิบสินค้าซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในคลังสินค้า  ถือว่าเป็นกิจกรรมที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดในคลังสินค้าโดยทั่วไป  จากผลการศึกษาในประเทศอังกฤษพบว่า 63% ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั้งหมดในคลังสินค้าเป็นค่าใช้จ่ายในการหยิบสินค้า (Edward, 2002)    กระบวนการหยิบสินค้า  คือ  กิจกรรมที่มีความสัมพันธ์กับแรงงานมนุษย์มากที่สุดในคลังสินค้า  การหยิบสินค้าในคลังสินค้าเป็นกระบวนการในการนำสินค้าที่ต้องการจากพื้นที่จัดเก็บตามความต้องการของลูกค้าที่เข้ามา   ซึ่งโดยทั่วไปแล้วถือเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความอุตสาหะมากที่สุดในกระบวนการจัดการคลังสินค้า   มีการประมาณการไว้ว่าต้องใช้แรงงานมากถึง 60% (Roodbergen, 2001) ของการทำกิจกรรมแรงงานทั้งหมดในคลังสินค้า  ทำให้กิจกรรมการหยิบสินค้าเป็นกิจกรรมที่มีค่าใช้จ่ายในสัดส่วนที่สูงมากของการดำเนินงานคลังสินค้า    กระบวนการหยิบสินค้ามีเรื่องของเวลาเข้ามาเป็นข้อจำกัด   การหยิบสินค้าผิดก็พบว่าเป็นหนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อย  ยิ่งการหยิบช้าก็จะยิ่งยืดเวลาในการขนส่งออกไป  และทำให้เกิดการรอหยิบสินค้าเพื่อขนส่งในระบบตามมา (Bottleneck) มีผลต่อการกระจายสินค้าขององค์กร   หรือถ้าหยิบสินค้าผิดแล้วนำไปส่งถึงลูกค้า  ผลที่ได้รับอาจเสียหายเกินกว่าจะประเมินค่าเป็นตัวเงินได้   เพราะฉะนั้นการหยิบสินค้ามีความสำคัญเพราะเกี่ยวเนื่องกับการตอบสนองความต้องการของลูกค้าโดยตรง  จึงมีการบริหารจัดการเรื่องการหยิบให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่เป็นไปได้


อ่านรายละเอียดเพิ่ม...

เอกสารเผยแพร่โดย http://www.logisticscorner.com


จำนวนผู้ชม 16740 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ