พฤหัสบดี, 23 ต.ค. 2014
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 33 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้274
mod_vvisit_counterเมื่อวาน2543
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้15040
mod_vvisit_counterสับดาห์ที่แล้ว21560
mod_vvisit_counterเดือนนี้74311
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว108238
mod_vvisit_counterทั้งหมด5442467

Online (20 minutes ago): 59
Your IP: 54.161.181.49
,
Now: 2014-10-24 03:37
การประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเล(Marine Insurance)
User Rating: / 11
แย่ดีที่สุด 
วันอังคารที่ 09 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 08:58 น.
smaller text tool iconmedium text tool iconlarger text tool icon

โดย นางสาวเกชฌามาศ ศรีจันทร์
บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

       ในปัจจุบันมีการขนส่งสินค้าหลายรูปแบบ ซึ่งการขนส่งสินค้าทางทะเลก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ผู้ค้าขายสินค้านิยมใช้กัน แต่การขนส่งรูปแบบนี้ก็อาจเกิดปัญหาเรื่องความเสียหายในการขนส่งขึ้นได้ตลอดเวลา ฉะนั้นการทำประกันภัยจึงสามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขนส่งสินค้าทางทะเลในกรณีเกิดความเสียหายต่อตัวสินค้าไม่ว่าในกรณีใดๆก็ตาม

       การประกันภัยทางทะเล และการขนส่ง คือ การประกันความเสียหายแก่ทรัพย์สินหรือสินค้าที่ขนส่งทางทะเล ทางอากาศ ทางบก และต่อเนื่อง กับการขนส่งทางทะเล โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
           1.  การประกันการขนส่งสินค้าในประเทศ
           2. การประกันการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ
      ประเภทของการประกันภัยทางทะเล
           1. การประกันภัยตัวเรือ (Hull Insurance) : จะคุ้มครองความเสียหายหรือสูญเสียของโครงสร้างตัวเรือ รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท
               1.1 ประเภทไม่มีเครื่องจักร
               1.2 ประเภทมีเครื่องจักร หรือกำลังขับเคลื่อนเอง
           2. การประกันภัยสินค้า (Cargo Insurance) : จะคุ้มครองความเสียหายของทรัพย์สินหรือสินค้า ใน ระหว่างการขนส่งจากผู้ขายประเทศหนึ่งไปถึงผู้ซื้ออีกประเทศหนึ่ง

       สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ
            1. FOB (Free on Board) : การที่ผู้ขายจะหมดภาระเมื่อได้นำสินค้าข้ามกราบเรือลงในระวางเรือเดิน ทะเล ณ ท่าเรือต้นทาง โดยค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงเกิดกับผู้ซื้อ
            2. C & F (Cost and Freight) : การที่ผู้ขายจะหมดภาระเมื่อได้นำสินค้าไปส่งมอบไว้ในระวางเรือเดิน ทะเล ณ ท่าเรือต้นทาง พร้อมทั้งจ่ายค่าระวางเรือเพื่อให้สินค้าส่งไปยังสถานที่ผู้ซื้อระบุไว้ที่ท่าเรือ ปลายทาง ความเสี่ยงถูกโอนไปอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ซื้อ ณ ท่าเรือต้นทาง

            3. CIF (Cost, Insurance and Freight) : การที่ผู้ขายหมดภาระเมื่อนำสินค้าไปส่งมอบไว้ในระวางเรือ ณ ท่าเรือต้นทางพร้อมจ่ายค่าระวางเรือ และค่าประกันภัย เพื่อให้สินค้าส่งไปยังสถานที่ผู้ซื้อระบุไว้ที่ ท่าเรือปลายทาง
ประโยชน์ของผู้ทำการประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเลนั้นเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงภัยของสินค้าหรือทรัพย์สินที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการขนส่งจากผู้ซื้อและผู้ขาย ก่อนทำประกันภัยควรพิจารณาทางด้านสินค้า และเส้นทางในการขนส่งว่ามีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน

       คุณสุรชัย วงศ์ลิมปิยะรัตน์ หัวหน้าผู้บริหารทีม บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด กล่าวถึงการประกันภัยว่า เรื่องของการประกันภัยในการขนส่งสินค้าเป็นสิ่งที่ดี และมีความสำคัญสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจนำเข้าและส่งออก ทั้งนี้ผู้เอาประกันภัยสามารถซื้อความคุ้มครองเพื่อความเสี่ยงภัยสำหรับเที่ยวการขนส่งสินค้านั้นๆ อีกทั้งผู้เอาประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญาประกันภัย โดยผู้เอาประกันภัยชำระค่าเบี้ยประกันภัยในอัตราที่เหมาะสมเพื่อซื้อความคุ้มครอง และเมื่อเกิดความเสียหายดังกล่าวขึ้นจะได้รับความคุ้มครองตามสัญญาประกันภัย ผู้เอาประกันภัยก็จะได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงแต่ไม่เกินทุนประกันภัยที่จัดทำไว้
      “อยากให้ผู้เอาประกันภัยสงวนสิทธิในการเรียกร้องจากทางผู้ขนส่งเสมือนหนึ่งว่าตนไม่ได้ทำประกันภัยการขนส่งสินค้าไว้ โดยกำชับทาง Shipping ให้ทราบถึงความสำคัญในการขอหลักฐานการตรวจพบความเสียหายทุกครั้งที่พบความเสียหายก่อนที่สินค้าจะถูกลงนามรับมอบ และขอให้ดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายโดยทันที หรือทำเครื่องหมายที่สินค้าในสภาพที่ผิดปกติหรือเสียหายจากทางผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเรือ การท่าเรือฯ หรือจากผู้รับขนส่งทางบก” คุณสุรชัย กล่าวเพิ่มเติม
       ภัยที่คุ้มครอง และเงื่อนไขความคุ้มครอง
           1. ภัยทางทะเล (Peril of the sea) เช่น เจอมรสุม พายุ เรือชนกัน เรือจม และเรือเกยตื้น
           2. อัคคีภัย (Fire) เช่น ไฟที่เกิดจากการไหม้ของสินค้าที่เกิดขึ้น โดยที่ไม่เกิดจากผู้เอาประกันภัยเองหรือ การลุกไหม้ขึ้นเองจากธรรมชาติ
           3. การทิ้งทะเล (Jettisons) คือ การเอาสินค้าโยนทิ้งทะเลเพื่อให้เรือมีสถานะเบาลง
           4. โจรกรรม (Thieves) คือ การถูกปล้นโดยการใช้กำลังช่วงชิงทรัพย์สิน
           5. การทำโดยทุจริตของคนเรือ (Barratry) คือ การกระทำที่ผิดหรือมิชอบของคนเรือโดยเจตนา

        การเลือกซื้อความคุ้มครอง มี 3 แบบ โดยจะให้ความคุ้มครองที่ไม่เท่ากัน
            1. F.P.A. (Free from Particular Average) คือ บริษัทประกันภัยจะชดเชยค่าสินไหมทดแทนในกรณีเมื่อ สินค้ามีความเสียหายโดยสิ้นเชิง (Total Loss) เท่านั้น
            2. W.A. (With Average) คือ ให้ความคุ้มครองความเสียหายโดยสิ้นเชิง และบางส่วน แต่ความเสียหาย ต้องไม่ต่ำกว่า 3% ของมูลค่าทรัพย์สินที่เอาประกันภัย
            3. All Risks ให้ความคุ้มครองที่กว้างที่สุด คือ คุ้มครองทั้งความเสียหายบางส่วน และสิ้นเชิงโดยไม่จำกัด % ความสูญเสีย
       การประกันภัยความคุ้มครองที่ขึ้นด้วยคำว่า “Institute” โดยมีความคุ้มครองในขอบเขตที่ลดหลั่นกัน ดังนี้
            1. Institute Cargo Clauses (C) : คุ้มครองสินค้าระหว่างการขนส่ง เช่น อัคคีภัย ระเบิด เรือเกยตื้น เรือล่ม ยานพาหนะพลิกคว่ำหรือชน การขนส่งสินค้าลงจากเรือ ณ ท่าเรือหลบภัย ความเสียหายที่เกิดกับส่วนรวมหรือสินค้าถูกโยนทิ้งทะเล
            2. Institute Cargo Clauses (B) : คุ้มครองสินค้าเพิ่มจาก Clauses (C) รวมถึงความเสียหายที่เกิดจากแผ่นดินไหว การขนขึ้นลงจากเรือ การเปลี่ยนถ่ายสินค้าหรือถ่ายลำเรือ สินค้าเปียกน้าทะเลหรือน้าในทะเลซัดเข้าสู่ระวางเรือหรือตู้ Container
            3. Institute Cargo Clauses (A) หรือ ALL RISKS คุ้มครองเพิ่มจาก Clauses (C) และ (B) รวมถึงความสูญเสียจากภัยทุกชนิดที่ไม่ได้ระบุไว้ในเงื่อนไข

       นอกจากนี้มีกรณีความคุ้มครองอีก 2 แบบคือ
             “General Average Clause” ให้ความคุ้มครอง : กรณีความเสียหายและความสูญเสียที่ร่วมกันโดยค่าสินไหมทดแทนในการกอบกู้ทรัพย์สิน ต้องรับผิดชอบตามกำหนดและกฎข้อบังคับ อีกทั้งความเสียหายและความสูญเสียหรือค่าตอบแทนต้องเพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียจากภัยที่คุ้มครองหรือไม่ได้ถูกยกเว้น
             “Both to Blame Collision Clause” ให้ความคุ้มครอง : กรณีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยที่ผู้เอาประกันภัยยอมรับเงื่อนไขที่ทำผิด เช่น “การโดนกันของเรือแล้วผิดทั้งคู่” ในสัญญาขนส่ง และในกรณีความสูญเสียเกิดขึ้นโดยเจ้าของเรือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนผู้เอาประกันภัยควรที่จะต้องแจ้งผู้รับประกันภัยเพื่อผู้รับประกันภัยจะได้ต่อสู้เพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
        การขอเอาประกันภัย มีแนวทางการขอเอาประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเล ดังนี้
            1. เลือกและระบุกรมธรรม์ให้มีผลคุ้มครองและเหมาะสมกับประเภทของสินค้าตลอดเส้นทางการขนส่ง ตรวจ และพิจารณาเงื่อนไขในสัญญาว่าเป็นแบบใด ผู้ซื้อต้องชำระค่าเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นจากส่วนเดิม หรือเปล่า ?

            2. ในการทำการประกันภัยควรทำกับบริษัทประกันภัยภายในประเทศ เนื่องจากหากเกิดกรณีมีความ สูญเสียหรือเสียหายจะสามารถดำเนินการได้รวดเร็ว และเป็นการนำเงินตราให้อยู่ในประเทศด้วย
            3. รายละเอียดสำหรับทำประกันภัย และข้อมูลที่จำเป็น
                   - ชื่อผู้เอาประกันภัย
                   - จำนวนเงินเอาประกันภัย
                   - ชื่อ และประเภทของสินค้าที่จะเอาประกันภัย
                   - เส้นทางการขนส่งสินค้า
                  - เมืองต้นทาง เมืองปลายทาง การถ่ายลำ ต้องระบุอย่างชัดเจน
                  - เงื่อนไขความคุ้มครองที่เพิ่มเติมหรือต้องการภายหลังกรณีที่สินค้าขึ้นเรือเรียบร้อยแล้ว ต้องแจ้งข้อมูลเพื่อออกกรมธรรม์ ดังนี้
                      * ชื่อเรือหรือยานพาหนะที่ใช้บรรทุกสินค้า รวมทั้งชื่อเรือที่มีการถ่ายลำ (ถ้ามี)
                      * วันที่เรือออกเดินทาง
                      * ชื่อเมืองท่าต้นทาง และปลายทาง
                      * จำนวนหีบห่อและเครื่องหมายบนหีบห่อ
      เอกสารที่ใช้ประกอบในการขอเอาประกันภัย : เอกสารที่จัดเตรียมไว้เป็นหลักฐานในการเรียกสินไหมทดแทนที่ครบถ้วนจะช่วยให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็ว
           1. Letter of Credit
           2. ใบกำกับสินค้า (Commercial Invoice)
           3. ใบตราส่ง (Bill of Lading)
      คุณสุรชัย ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัญหาที่พบมากที่สุดในการประกันภัยการขนส่งทางทะเล คือการแข่งขันทางการตลาดที่รุนแรง โดยแต่ละบริษัทประกันภัยพยายามลดเบี้ยประกันภัยลงเพื่อให้มีผู้ทำประกันมากขึ้นโดยลืมนึกถึงต้นทุนในการดำเนินการ และเมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็จะต้องชี้แจงให้ลูกค้ารับทราบถึงความคุ้มครองที่สามารถท าได้จริงๆรวมทั้งขั้นตอนและวิธีการต่างๆที่สำคัญที่ลูกค้าต้องดำเนินการเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัย รวมถึงวิธีการบรรเทาความเสียหายและการรักษาสิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายต่างๆ จากผู้เกี่ยวข้อง”
      หลักฐานในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
           1. หนังสือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน Claim Bill
           2. ต้นฉบับกรมธรรม์ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง Original Marine Insurance Policy
           3. ใบกำกับสินค้าและใบแสดงการบรรจุหีบห่อ Invoice & Packing List
           4. ใบตราส่งสินค้า Bill of Lading
           5. หลักฐานแสดงความเสียหาย เช่น Survey Report, Wharf Survey Note, Short landed Cargo List
           6. หลักฐานหรือเอกสารประกอบอื่นๆ เช่น Charter Party, Sale Contract, Stowage Plan
           7. สำเนาหนังสือเรียกร้องค่าเสียหายถึงผู้ขนส่ง/ผู้ที่เกี่ยวข้องพร้อมหนังสือตอบจากผู้ขนส่ง/ผู้ที่เกี่ยวข้อง ในความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
     พร้อมกันนี้ คุณสุรชัย ได้ยกตัวอย่างของปัญหาให้ฟังว่า ครั้งหนึ่งเราได้รับประกันการขนส่งสินค้าประเภทผงแป้งบรรจุถุงนำเข้ามาจากอเมริกา โดยสินค้าดังกล่าวถูกบรรจุใส่ตู้ Container จำนวน 6 ตู้ เงื่อนไขการขนส่งครั้งนี้คือ FCL/FCL ต่อมาเมื่อสินค้ามาถึงปลายทาง และทำการเปิดตู้พบว่าสินค้าเกิดเชื้อราขึ้นทั้งหมด 6 ตู้ บริษัทประกันภัยได้ทำการตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้น พบว่าตู้ Container ทั้งหมดอยู่ในสภาพปกติ ไม่มีร่องรอยการชำรุดหรือมีรูรั่วแต่อย่างใด จึงสามารถสรุปได้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นน่าจะเกิดขึ้นในช่วงของการนำของเข้าตู้ Container ที่เมืองท่าต้นทาง ผมจึงได้แนะนำให้ทางผู้เอาประกันภัยเรียกร้องค่าเสียหายหรือสินไหมทดแทนจากทางผู้ขายหรือบริษัทประกันภัย ทางบริษัทประกันภัยจึงได้ทำการตรวจสอบและชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
     การประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเลมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการค้าระหว่างประเทศจึงเป็นแหล่งรายได้เข้าประเทศที่สำคัญทางหนึ่งและยังช่วยลดเงินตราในประเทศที่จะต้องสูญเสียให้กับต่างประเทศโดยแฝงออกไปในราคาสินค้าที่สั่งซื้อเข้ามา นอกจากผู้ประกอบการจะได้ประโยชน์จากการลดค่าใช้จ่ายในด้านเบี้ยประกันภัยและได้รับบริการที่รวดเร็วแล้วยังเป็นการช่วยให้ดุลการค้าและดุลการชำระเงินดีขึ้นอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมประกันภัยในประเทศให้ขยายตัวทำรายได้เพิ่มขึ้นเป็นผลดีต่อความมั่นคงของประเทศชาติ

บรรณานุกรม
  [1] http://www.thebestinsure.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=360815
  [2] http://nay-banana.exteen.com/20081013/entry การประกันภัยทางทะเลและขนส่ง
  [3] http://www.viriyah.co.th/customer/cust_product_marine.asp การประกันภัยทางทะเลและการขนส่ง
  [4] http://sservice.igetweb.com/index.php?mo=14&newsid=80660
  [5] http://www.tlcb.or.th/index.php?option=com_content&task=view&id=951&Itemid=120
  [6] http://images.google.co.th/ (รูปภาพ) การประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเล


จำนวนผู้ชม 17729 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ