|

เรียบเรียงโดย logisticscorner \26 ก.ค. 55
รายชื่อองค์กรชั้นนำด้านซัพพลายเชนได้รับการเปิดเผยในการประชุม Supply Chain Executive Conference ณ Sydney Convention & Exhibition Centre เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 23-24 ก.ค. 2012 Gartner Inc. บริษัทรับทำวิจัยและที่ปรึกษา ได้เผยผลการจัดอันดับองค์กรจัดการซัพพลายเชนยอดเยี่ยมแห่งปีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ในงานประชุม Supply Chain Executive Conference ณ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย จุดมุ่งหมายในการจัดอันดับ 25 องค์กรชั้นนำด้านซัพพลายเชน เพื่อสร้างความตระหนักถึงความมสำคัญของซัพพลายเชนและผลกระทบที่มีต่อธุรกิจ จากรายชื่อองค์กรทั้งหมดที่ผ่านการคัดเลือก Gartner ได้จัดอันดับองค์กรที่มีผลการดำเนินการยอดเยี่ยมซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคจำนวน 15 บริษัท โดยพิจารณาจาก การเติบโตของรายได้, อัตราผลตอบแทนในทรัพย์สิน(ROA), มูลค่าสินค้าคงคลัง และการสอบถามความคิดเห็น 15 องค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคที่ได้รับการคัดเลือก ประกอบด้วยบริษัทในประเทศญี่ปุ่น 5 บริษัท ได้แก่ Canon, Honda, Komatsu, Seven & I Holdings และ Toyota, อยู่ในประเทศเกาหลี 4 บริษัท ได้แก่ Hyundai, Hyundai Heavy Industries, LG และ Samsung อยู่ในประเทศออสเตรเลียได้แก่ Woolworths อยู่ในประเทศอินเดียได้แก่ Tata Motors ตั้งอยู่ในประเทศสิงคโปร์ ได้แก่ Flextronics และอยู่ในประเทศไต้หวั่นได้แก่ ASUSTeK, Vikas Sarangdhar, Research Director ของ Gartner กล่าวว่า "ในระหว่างที่ความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคมีการเติบโตเพิ่มขึ้น อัตราเงินเฟ้อและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงภาวะการขาดแคลนแรงงาน ล้วนเป็นสิ่งท้าทายทุกองค์กรในภูมิภาคนี้" เขากล่าวต่อว่า "ภาวะเศรษฐกิจโลกในภูมิภาคยังส่งผลทำให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นด้วย ดังจะเห็นได้จากการที่ยอดการส่งออกที่ตกลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลทำให้ระบบเศรษฐกิจ และการไหลเวียนเงินทุนของเอเชียได้รับผลกระทบโดยตรง และยังกระทบต่อความต้องการสินค้าในประเทศด้วย" ในปีนี้ Samsung ยังคงรักษาอันดับ 1 ใน 15 องค์กรชั้นนำด้านซัพพลายเชนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคนี้ไว้ได้ ซึ่งบริษัทได้ดำเนินธุรกิจหลากหลาย อาทิ สินค้าเทคโนโลยี เครื่องใช้อิเล็คทรอนิคส์ ยานยนต์ ธุรกิจค้าปลีก และสินค้าอุตสาหกรรม และในปีนี้เอง มี 4 บริษัทใหม่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคที่ติดอันดับเป็นครั้งแรกด้วย ทั้งนี้บริษัทญี่ปุ่นส่วนใหญ่กำลังฟื้นตัวจากการประสบภัยธรรมชาติ และภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำในช่วงปีที่แล้ว เพื่อกลับเข้าสู่ภาวะปกติ Debashis Tarafdar, Gartner research director เผยว่าองค์กรชั้นนำด้านซัพพลานเชนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคยังคงดำเนินธุรกิจภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ตกต่ำด้วยการปรับปรุงซัพพลายเชนของบริษัท และมุ่งเน้นยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนด้วยความต้องการ(demand-driven) Mr. Tarafdar กล่าวว่า "องค์กรชั้นนำด้านซัพพลายเชนทั้งหลายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในเรื่องการจัดการความต้องการ การปฏิบัติงานที่ยอดเยี่ยม และนวัตกรรม" Mr. Tarafdar กล่าวต่อว่า "บริษัทเหล่านั้นได้ใช้แนวปฏิบัติที่ดี(Best practice), Demand sensing, Demand shaping, การแบ่งส่วน(segmentation) และการร่วมมือกัน(Collaboration) เพื่อช่วยในการบริหารความต้องการของลูกค้าที่มีความผันผวน และสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ รวมถึงการใช้ตัววัดผลการดำเนินงานที่มีความเหมาะสมสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร นอกจากนี้พวกเขายังออกแบบและสร้างเครือข่ายซัพพลายเชนให้มีความยืดหยุ่น และนำกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงมาใช้กับคู่ค้าที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในเครือข่ายซัพพลายเชนของเขาด้วย"
ตารางที่ 1: 25 องค์กรชั้นนำด้านในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคประจำปี 2012

GARTNER SUPPLY CHAIN TOP 25

แหล่งข้อมูล: Gartner (ก.ค. 2012)
Debra Hofman, Managing Vice President บริษัท Gartner เล่าว่า "เมื่อต้นปีนี้เอง เราได้ประกาศผลการจัดอันดับ 25 องค์กรชั้นนำด้านซัพพลายเชน ซึ่งจากผลการจัดอันดับในภูมิภาคนี้ ทำให้ทราบว่าประเด็นปัญหาต่างๆ และวิธีปฏิบัติที่ดีในภูมิภาคนี้ แตกต่างกับภูมิภาคอื่น" Hofman เล่าต่ออีกว่า บริษัทชั้นนำด้านซัพพลายเชนต่างมีแนวโน้มที่โดดเด่นดังนี้ - การเจริญเติบโตภายใต้ความต้องการที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ กับความท้าทายในการจัดการความต้องการ - การปรับเปลี่ยน supply bases ที่ต้องออกแบบซัพพลายเชนใหม่ - เน้นการเจริญเติบโตทางการค้าภายในภูมิภาคเพื่อลดกระทบจากสภาวะความผันผวนทั่วโลก - ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของกอัตราเงินเฟ้ออย่างรวดเร็ว ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและผันผวน และภาวะการขาดแคลนแรงงาน ผู้นำด้านซัพพลายเชนทั้งหลายของภูมิภาคนี้ที่ไม่ติดอันดับ 1 ใน 15 ซึ่งเป็นผลมาจากคะแนนโหวตในปีนี้นั่นเอง Wilmar International and Wesfarmers บริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดัคเตอร์จากประเทศไต้หวั่น ให้ความเห็นว่า หลายบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคจะติดโผ 1 ใน 25 อันดับผู้นำด้านซัพพลายเชนได้ในอนาคต ซึ่งความสำเร็จของพวกเขาจะขึ้นอยู่กับการที่พวกเขาสามารถปรับตัวภายใต้สภาวะการณ์ในภูมิภาคนี้ และทั่วโลก และสามารถนำวิธีปฏิบัติที่ดีมาใช้กับบริษัทได้ดี และรวดเร็วแค่ไหน
ข้อมูลเพิ่มเติม [1] ผลการจัดอันดับ 25 องค์กรชั้นนำด้านซัพพลายเชน [2] รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดอันดับ 25 องค์กรชั้นนำด้านซัพพลายเชน
ที่มา Logistics asia 24 ก.ค. 55
จำนวนผู้ชม 4095 ครั้ง
|