ศุกร์, 24 พ.ค. 2013
 
 

Resources

Login Form



Who's Online

เรามี 207 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้1679
mod_vvisit_counterเมื่อวาน2945
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้18177
mod_vvisit_counterสับดาห์ที่แล้ว23549
mod_vvisit_counterเดือนนี้74326
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว87582
mod_vvisit_counterทั้งหมด3946940

Online (20 minutes ago): 152
Your IP: 54.234.42.16
,
Now: 2013-05-24 16:46
‘สุพจน์’ สั่งกำจัดจุดอ่อนหาคนทำงานจริง! PDF พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
วันพุธที่ 04 สิงหาคม 2010 เวลา 20:46 น.

     “สุพจน์” เครื่องร้อน สั่งรื้อกรรมการโลจิสติกส์คมนาคม ตั้งคนทำงานตัวจริงเสียงจริง ชี้หัวหน้าหน่วยงานส่งแค่ปลาซิวปลาสร้อยทำให้ขาดความต่อเนื่อง เทงบกว่า 17,600 ล้านบาท พัฒนาระบบรางเพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ให้เหลือ 15% ของจีดีพี เชื่องานของกระทรวง “หูกวาง” เป็นรูปธรรม ประชาชนสัมผัสได้
     นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยกับ “TRAN- SPORT” ถึงแนวทางการเร่งรัดแก้ไขปัญหาต้นทุนโลจิสติกส์ ว่า กระทรวงคมนาคม มีแนวทางที่จะปรับโครงสร้างของคณะกรรมการโลจิสติกส์ ซึ่งแต่เดิมได้มีการตั้งกรรมการจากหัวหน้าหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งก็พบปัญหาว่า หัวหน้าหน่วยบางคนมีภารกิจมากมายทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมประชุม และมีการส่งตัวแทนเข้าประชุม ซึ่งทำให้การทำงานที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร โดยปัญหาสำคัญ คือ
          1. มีการเปลี่ยนแปลงตัวแทนที่เข้าร่วมประชุมทำให้งานขาดความต่อเนื่อง
          2. ตัวแทนบางคนที่เข้ามาร่วมไม่มีความรู้ในสายงานตรง จึงไม่สามารถให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อที่ประชุมได้
     ซึ่งการปรับปรุงคณะกรรมการในครั้งนี้ กระทรวงคมนาคม จะเลือกกรรมการจากบุคคลที่เป็นผู้ปฏิบัติงานจริงเท่านั้น
     นายสุพจน์ กล่าวว่า การทำงานด้านโลจิสติกส์ของกระทรวงคมนาคม เป็นการทำงานที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการ ต่างๆ ที่กระทรวงคมนาคม ได้ลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะแตก ต่างจากหน่วยงานอื่นที่งานโลจิสติกส์เป็นเรื่องของการประสานงาน หรือการแก้ไขกฎระเบียบเท่านั้น สำหรับกระทรวงคมนาคม ในปี งบประมาณ 2554 นี้ จะเน้นการลงทุนพัฒนาระบบราง เพราะเป็นระบบที่มีต้นทุนถูกกว่าระบบถนนมาก โดยกระทรวงคมนาคม จะใช้งบประมาณราว17,600 ล้านบาท พัฒนาระบบราง จะมีการแก้ไขในส่วนของจุดตัดต่างๆ  การจัดหาหัวรถจักรใหม่ การซ่อมหัวรถจักรเก่าให้สามารถกลับมาใช้งานได้ รวมถึงการเพิ่มความเร็วให้กับการเดินรถไฟ ซึ่งหากมีการแก้ไขในเรื่องเหล่านี้แล้ว กระทรวงคมนาคม ก็มีความเชื่อมั่นว่าการขนส่งสินค้าผ่านระบบรางจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5 เท่าของปัจจุบัน
     นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคม ยังมีการศึกษาหาจุดที่เหมาะสมในการที่จะสร้างเป็นศูนย์กระจายสินค้าทางรถไฟในภูมิภาคต่างๆ เพื่อที่จะส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามาใช้บริการขนส่งสินค้าให้มากขึ้น ซึ่งกระทรวงคมนาคม ได้ตั้งเป้าว่าการใช้ระบบรางจะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ จากเดิมที่เคยสูงถึง 19% ของ จีดีพี (ผลผลิตมวลรวมประชาชาติ) ให้ลงมาอยู่ที่ 15% ของจีดีพี ซึ่งจะเป็นการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับประเทศด้วย
      “ที่ได้มา คือ 1. หัวรถจักรที่จะต้องซื้อใหม่ 70 หัว ซ่อมหัวรถจักรที่อยู่ในสภาพที่สามารถซ่อมใช้งานได้ มีคุณภาพ 90% ของหัวรถจักรใหม่ แต่ราคาอยู่ที่ 60% ตรงนี้ซ่อมอีก 56 หัว ดังนั้น จะได้หัวรถจักรประมาณ 126 หัว ที่จะมาใช้ในการให้บริการประชาชน รวมกับหัวรถจักรเก่าที่มีอยู่แล้วประมาณ 100 หัว ก็จะมีหัวรถจักรประมาณ 200 หัว ซึ่งจะทำให้เพิ่มประสิทธิภาพได้”
     นายสุพจน์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันยุทธศาสตร์ของประเทศไทยดี สามารถเป็นศูนย์กลางได้ทั้งการบิน ระบบราง น้ำ ซึ่งถือว่าประเทศไทย มีความสะดวกมากที่สุด การขนส่งสินค้าทางรางต่อไปหากดำเนินการแล้วเสร็จ สินค้าจากประเทศจีน จะเข้ามามากขึ้น โดยการขนส่งผ่านไทยไปยังอเมริกา ยุโรป ซึ่งถือว่าสามารถประหยัดต้นทุนได้มากที่สุด ขณะเดียวกันหากมีระบบรางเชื่อมต่อจากเชียงของ มุกดาหาร หนองคาย ตาก อรัญประเทศ เพื่อมุ่งมาที่ท่าเรือน้ำลึกปากบารา จะสามารถส่งสินค้าไปยังยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง หรือไปทางอินเดีย มาเลเซีย ถือว่ามีความสะดวกมากที่สุด
     สำหรับเรื่องของระบบทางถนน ประเทศไทยมีถนนโครงข่ายที่ชัดเจน ซึ่งขณะนี้มีสะพานเชื่อมกับทางฝั่งลาว 5 แห่งด้วยกัน ประกอบด้วย จังหวัดหนองคาย เชียงราย มุกดาหาร นครพนม และอุบลราชธานี ดังนั้น จุดเชื่อมโยงระหว่างประเทศตรงนี้จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ ในอนาคต 

 
ที่มา Transport Journal, 4 ส.ค. 2553

http://www.transportnews.co.th/index.php/2009-05-12-08-23-34/1377-2010-08-04-04-48-56.html


จำนวนผู้ชม 1395 ครั้ง

  กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ