|
วันอาทิตย์ที่ 06 มีนาคม 2011 เวลา 11:05 น. |
|

โดย ดร.ธวิช สุดสาคร (
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
) ดร.อัศม์เดช วานิชชินชัย (
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
) มหาวิทยาลัยศรีปทุม
คำถามหนึ่งที่ผู้เขียนมักถูกถามเสมอเมื่อเข้าวินิจฉัยระบบการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานในองค์กรก็คือ “บริษัทของเราเก็บสต็อกไว้มากเกินไปหรือไม่ เมื่อเทียบกับคู่แข่ง” หรือ “บริษัทของเราควรเก็บสต็อกไว้เท่าไร” คำถามนี้เป็นคำถามที่ตอบได้ไม่ง่ายนัก (หากไม่ตอบกันแบบมั่ว ๆ ไปก่อนว่าเยอะเกินไป เพื่อให้บริษัทรู้สึกว่าตัวเองมีปัญหา และที่ปรึกษาจะได้มีงานทำ) เหมือนกับคำถามที่บริษัทมักถามว่า “เราควรตั้งราคาสินค้าที่เท่าไร” การตอบคำถามเหล่านี้นั้นต้องพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ มากมายทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในประกอบกัน การตั้งราคาสินค้าสูงเกินไป ก็จะทำให้ขายสินค้าไม่ได้ แต่ถ้าตั้งราคาต่ำเกินไปถึงแม้ว่าจะขายสินค้าได้อย่างถล่มทลาย แต่ก็อาจไม่ได้กำไรหรืออาจถึงขั้นขาดทุนเอาได้ง่าย ๆ การจัดเก็บสต็อกสินค้าคงคลังก็เช่นกัน หากเก็บไว้มากเกินไปแม้ว่าจะช่วยให้สามารถส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้อย่างรวดเร็วทันที แต่ก็จะทำให้มีค่าใช้จ่ายทั้งทางตรงและทางอ้อมในการจัดเก็บสต็อกเหล่านั้นสูง ในทางตรงกันข้ามหากเก็บสต็อกสินค้าคงคลังไว้น้อยเกินไปก็จะทำให้สินค้าขาดสต็อก มีสินค้าไม่เพียงพอที่จะส่งมอบให้กับลูกค้าหรือส่งมอบได้ล่าช้า ซึ่งนอกจากจะเสียยอดขายแล้ว ยังอาจเสียโอกาสในการขายครั้งต่อไปหรือเสียชื่อเสียงทางอ้อมได้ หากตอบกันโดยหลักการที่ฟังยังไงก็ไม่มีทางผิดแล้ว ปริมาณสต็อกสินค้าคงคลังที่ดีที่สุดที่ควรจัดเก็บควรเป็นปริมาณที่ไม่มากเกินไปจนเกิดต้นทุนในการจัดเก็บที่ไม่จำเป็น และไม่น้อยเกินไปจนสินค้าขาดสต็อก แต่ปริมาณเหล่านี้คือเท่าไรและจะวัดได้อย่างไร
อ่านรายละเอียด
ที่มา ไทยแลนด์อินดัสตรี้ดอทคอม วันที่ 2011-02-22
จำนวนผู้ชม 5668 ครั้ง
|
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนเขียนข้อความเสนอแนะความคิดเห็นของท่าน(Comments) หรือให้คะแนนความนิยม (Rating) ของข่าวและบทความ